อีกเพียงไม่กี่อึดใจการประกาศรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี “บัลลงดอร์ 2024” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักข่าว “ฟรองซ์ ฟุตบอล” โดยจะมีขึ้นที่โรงละครชาเตอเลต์ กรุงปารีส ของฝรั่งเศส ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ (เข้าวันที่ 29 ต.ค.) เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
โดย บัลลงดอร์ 2024 มีความน่าสนใจตรงที่แข้งซึ่งจะคว้ารางวัลดังกล่าวไปครองนั้นจะเป็นการซิวรางวัลครั้งแรกเนื่องจากไม่มีนักเตะคนใดซึ่งเคยได้รางวัลติดโผ 30 คนสุดท้ายรวมไปถึง 2 ยอดนักเตะตลอดกาลอย่าง ลิโอเนล เมสซี เจ้าของรางวัลเมื่อปีที่แล้ว และคริสเตียโน โรนัลโด ด้วย
นอกจากนั้นมีรายงานเพิ่มเติมว่า พิธีมอบรางวัลบัลลงดอร์ปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการที่ผู้ชนะรางวัลบัลลงดอร์จะไม่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการได้รางวัลของตัวเองก่อนที่งานจะเริ่มต้นขึ้น
ล่าสุด “ข่าวสด กีฬา” ได้มีการวิเคราะห์ถึง 4 ตัวเต็งที่มีลุ้นคว้ารางวัลอันทรงเกียรติดังกล่าวไปครองโดยดูจากผลงานส่วนตัว และความสำเร็จทั้งในระดับสโมสร รวมถึงทีมชาติ
1.โรดรี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, สเปน)
หากจะพูดถึงนักเตะที่มีสไตล์การเล่นแบบ “ปิดทองหลังพระ” ซึ่งหาได้ยากในยุคปัจจุบันหลายคนคงจะชี้ไปที่ โรดรี หลังเจ้าตัวมีส่วนสำคัญในการพาทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึงทีมชาติสเปน ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์
โดย โรดรี เป็นผู้เล่นที่มีจุดเด่นเรื่องความขยันในการช่วยเกมรับ รวมถึงสามารถเติมเกมบุกได้ด้วย นอกจากนั้นดาวเตะวัย 28 ปียังเป็นแข้งที่มีระเบียบวินัยสูง โดยสามารถเล่นให้เข้ากับสถานการณ์ตรงหน้าได้เป็นอย่างดี และแทบจะไม่ก่อความผิดพลาดใดๆ เลย
จากผลงานที่กล่าวมาแน่นอนว่า โรดรี คือหนึ่งในตัวเต็งที่จะคว้ารางวัลดังกล่าวไปครอง อย่างไรก็ตามจากอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีกขาด หรือ เอซีแอล ตั้งแต่เดือน ก.ย. และทำให้เจ้าตัวชวดลงสนามตลอดฤดูกาลนี้แน่นอนแล้ว ทำให้เขาไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเพิ่มเติมแล้วก่อนที่จะมีการตัดสินช่วงโค้งสุดท้าย

Soccer Football – Premier League – Manchester City v Brentford – Etihad Stadium, Manchester, Britain – September 14, 2024 Manchester City’s Rodri before the match REUTERS/Phil Noble EDITORIAL USE ONLY.
2.วินิซิอุส จูเนียร์ (เรอัล มาดริด, บราซิล)
สำหรับ วินิซิอุส คือกำลังสำคัญของ เรอัล มาดริด มาโดยตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ “ราชันชุดขาว” เมื่อปี 2018 ด้วยผลงาน 91 ประตูกับ 82 แอสซิสต์จากการลงสนาม 279 นัดทุกรายการ และพาทีมคว้าแชมป์รายการใหญ่อย่าง ลา ลีกา 3 สมัย, ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2 สมัย และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2 สมัย เป็นต้น
โดย วินิซิอุส ยกระดับฝีเท้าของตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็นผู้เล่นระดับโลกแบบไร้ข้อกังขา ทำให้แข้งวัย 24 ปีนั้นถูกมองว่า มีลุ้นซิวบัลลงดอร์ปีนี้ไม่แพ้แข้งรายอื่นๆ ทว่าสิ่งที่อาจจะทำให้เสียเปรียบนั่นก็คือ ความสำเร็จกับทีมชาติเนื่องจากบราซิลโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนักในปีที่ผ่านมา
ถึงกระนั้นบรรดาสื่อหลายสำนักฟันธงตรงกันว่า วินิซิอุส จะคว้ารางวัลบังลงดอร์ 2024 ไปครอง

Soccer Football – LaLiga – Real Madrid v Espanyol – Santiago Bernabeu, Madrid, Spain – September 21, 2024 Real Madrid’s Vinicius Junior reacts REUTERS/Juan Medina
3.จูด เบลลิงแฮม (เรอัล มาดริด, อังกฤษ)
ด้วยวัยเพียง 21 ปี เบลลิงแฮม ก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าคือนักเตะระดับโลกด้วยฝีเท้าที่ฉกาจเกินอายุ รวมถึงการสามารถปรับตัวกับ เรอัล มาดริด ได้อย่างรวดเร็วจนก้าวขึ้นมาเป็นคีย์แมนสำคัญในการพา “ราชันชุดขาว” คว้าแชมป์ลา ลีกา, ซูเปร์โกปา เด เอสปันญา, ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ มาครอง
ขณะที่กับทีมชาติอังกฤษแม้เขาจะยังไม่เคยพาทัพ “สิงโตคำราม” ซิวแชมป์รายการใดๆ มาครองทว่าเจ้าตัวก็ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากกับผลงานส่วนตัว
และด้วยฟอร์มอันร้อนแรงทำให้อดีตดาวเตะ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ซึ่งเคยได้รับการประเมินค่าตัวเป็นอันดับหนึ่งโลกจากจำนวน 268 ล้านยูโร (ราว 9.91 พันล้านบาท) มีลุ้นซิวรางวัลบัลลงดอร์ด้วยอย่างแน่นอน

Soccer Football – LaLiga – Atletico Madrid v Real Madrid – Metropolitano, Madrid, Spain – September 29, 2024 Real Madrid’s Jude Bellingham after the match REUTERS/Juan Medina
4.คีลิยัน เอ็มบัปเป (เรอัล มาดริด, ฝรั่งเศส)
แน่นอนว่าคงไม่มีใครสงสัยแล้วสำหรับเรื่องฝีเท้าของ เอ็มบัปเป เนื่องจากเจ้าตัวพิสูจน์ตัวเองมาอย่างยาวนานทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติ
แม้ในฤดูกาลที่ผ่านมาเขาจะไม่ประสบความสำเร็จใดๆ นอกจากการคว้าแชมป์ลีกเอิงกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แต่ผลงานส่วนตัวนั้นเรียกว่าโดดเด่นจากการยิงไป 44 ประตูจากการลงสนาม 48 นัดทุกรายการ ทำให้ยังมองข้ามไม่ได้ว่า แข้งวัย 25 ปีรายนี้จะไม่มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลบัลลงดอร์ด้วยอีกราย

Soccer Football – LaLiga – Real Sociedad v Real Madrid – Reale Arena, San Sebastian, Spain – September 14, 2024 Real Madrid’s Kylian Mbappe celebrates scoring their second goal REUTERS/Vincent West