เยอรมนีพลาดชัยส่งท้ายรอบลีก โดนฮังการียิงจุดโทษทดเจ็บตีเจ๊า ขณะที่เวลส์ชนะขาดลอย แถมผลอีกคู่ก็เป็นใจด้วย ทำให้ได้เลื่อนชั้นยูฟ่า เนชันส์ ลีก
การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2024-25 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ลีกเอ กลุ่ม 3 “แม็กยาร์”ฮังการี เปิดสนามปุสกัส อารีนา รับการมาเยือนของ “อินทรีเหล็ก”เยอรมนี
เกมนี้เจ้าบ้านส่ง บาร์นาบาช วาร์กา, โดมินิก โซโบสไล, โรลันด์ ชัลไล ลงสนาม ขณะที่ทีมเยือนใช้ผู้เล่นสำรองเพียบ แต่ก็มีดาวดังอย่าง แซร์ช กนาบรี, ลีรอย ซาเน, ยูเลียน บรันด์ต เป็นตัวจริง
ครึ่งแรกเยอรมนีครองเกมบุกได้ดีกว่าแต่จังหวะลุ้นยิงประตูยังไม่เฉียบคมพอ ส่วนฮังการีแม้จะมีจังหวะโต้จนได้ยิงแต่ก็ใส่สกอร์ไม่สำเร็จ ทำให้ยังเสมอกันอยู่ 0-0
ครึ่งหลังนาที 60 เยอรมนีต่อบอลกันขึ้นมาได้ดี ก่อนจะเป็น ลีรอย ซาเน จ่ายบอลทะลุผ่านแนวรับให้ ยูเลียน บรันด์ต หลุดเข้าเขตโทษแล้วยิงเสียบตาข่าย แต่บรันด์ตอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
นาที 63 โรบิน โกเซนส์ ได้บอลฝั่งซ้ายแล้วตบเข้ากลางไปติดผู้เล่นฮังการี ลูกปลิ้นมาหา ไค ฮาแวร์ตซ์ วอลเลย์ด้วยซ้ายไปชนเสา เยอรมนีจึงพลาดโอกาสได้ประตูไปอีกครั้ง
นาที 76 เยอรมนีได้ลูกเตะมุมฝั่งซ้าย โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เปิดบอลลอยไปเสาสอง นิโค ชล็อตเทอร์เบ็ก โขกติดเซฟนายทวารแล้วลูกเด้งมาเข้าทาง เฟลิกซ์ เอ็นเมชา ยิงซ้ำเผาขนไม่เหลือ เป็นประตูแรกในนามทีมชาติของตัวเอง และทำให้ “อินทรีเหล็ก” ขึ้นนำ 1-0
นาที 90+7 ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์จังหวะที่บอลโดนแขน โรบิก ค็อก ในเขตโทษ ก่อนเป่าให้เป็นจุดโทษแก่ฮังการี โดมินิก โซโบสไล สังหารด้วยการชิพเข้าไปนิ่มๆ ในนาที 90+9 ทำให้จบเกมเสมอกัน 1-1
อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน บอสเนีย เสมอ เนเธอร์แลนด์ 1-1
ทำให้จบ 6 นัด เยอรมนีคว้าแชมป์กลุ่ม (14 คะแนน) ตามด้วยอันดับ 2 เนเธอร์แลนด์ (9 คะแนน) ทั้งคู่ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ชิงแชมป์ ส่วนอันดับ 3 ฮังการี (6 คะแนน) ไปเพลย์ออฟหนีตกชั้น และอันดับ 4 บอสเนีย (2 คะแนน) ตกชั้นสู่ลีกบีทันที
สำหรับการจับสลากประกบคู่รอบน็อกเอาต์ชิงแชมป์ทั้งรอบก่อนรองชนะเลิศและรอบรองชนะเลิศ รวมถึงการประกบคู่เพลย์ออฟทั้งเลื่อนชั้นและตกชั้นของลีกต่างๆ จะมีขึ้นที่เมืองนียง สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 22 พฤศจิกายน ตามเวลาไทย 18.00 น.

(Action Images via Reuters/Andrew Couldridge)
ด้านลีกบี กลุ่ม 4 เวลส์เปิดบ้านชนะไอซ์แลนด์ 4-1 เจ้าบ้านได้ประตูจาก เลียม คัลเลน นาที 32 และ 45+1, เบรนแนน จอห์นสัน นาที 65, แฮร์รี วิลสัน นาที 79 ส่วนทีมเยือนได้จาก อันดรี กุดยอห์นเซน นาที 8
อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน มอนเตเนโกร ชนะ ตุรกี 3-1
ทำให้จบ 6 นัด เวลส์แซงขึ้นเป็นแชมป์กลุ่ม (12 คะแนน) ได้เลื่อนชั้นสู่ลีกเอทันที ขณะที่ตุรกีหล่นไปอันดับ 2 (11 คะแนน) ต้องไปเพลย์ออฟแย่งเลื่อนชั้นต่อ อันดับ 3 ไอซ์แลนด์ (7 คะแนน) ไปเพลย์ออฟหนีตกชั้น และอันดับ 4 มอนเตเนโกร (3 คะแนน) ตกชั้นทันที
ส่วนกลุ่ม 1 แอลเบเนีย แพ้ ยูเครน 1-2, สาธารณรัฐเช็ก ชนะ จอร์เจีย 2-1
ทำให้จบ 6 นัด สาธารณรัฐเช็กได้แชมป์กลุ่ม (11 คะแนน) เลื่อนชั้นทันที อันดับ 2 ยูเครน (8 คะแนน) ไปเพลย์ออฟแย่งเลื่อนชั้นต่อ ส่วนจอร์เจียจบอันดับ 3 ไปเพลย์ออฟหนีตกชั้น และแอลเบเนียได้อันดับ 4 ตกชั้นทันที โดยทั้งคู่มี 7 คะแนนเท่ากัน และเฮดทูเฮดเจ๊ากันด้วย แต่ประตูได้เสียจอร์เจียดีกว่า
ผลคู่อื่น ลีกซี : สโลวะเกีย ชนะ เอสโตเนีย 1-0, สวีเดน ชนะ อาเซอร์ไบจาน 6-0 ลีกดี : มอลตา เสมอ อันดอร์รา 0-0