การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นหน่วยงานที่บทบาทสำคัญในการยกระดับวงการกีฬาไทย ส่งเสริมกิจการกีฬาของประเทศให้มีความก้าวหน้า มุ่งมั่นพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศอย่างเป็นระบบครบวงจรในทุกมิติ เห็นได้จากความสำเร็จของนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับโลก
- ปลื้มผลงานทัพนักกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์และพาราลิมปิกเกมส์ 2024
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า โดยภาพรวมปี 2567 วงการกีฬาไทยขยับอันดับขึ้นสู่การแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ สามารถคว้าชัยชนะและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย โดยเฉพาะการพัฒนานักกีฬาทีมชาติหน้าใหม่และประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับโลก นับเป็นความสำเร็จในด้านของการพัฒนากีฬาเป็นเลิศ นอกจากนี้ ยังผลักดันโครงการยกระดับการให้บริการของ กกท. (Smart National Sport Park) ให้เป็นสนามกีฬาที่มีเทคโนโลยีทันสมัย การส่งเสริมและยกระดับกีฬามวยไทยตามนโยบาย Soft Power การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ตลอดจนจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาชนเล่นกีฬาและออกกำลังกาย ด้วยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

“การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่สาธารณรัฐฝรั่งเศส มีนักกีฬาจากกว่า 200 ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ในส่วนของประเทศไทยส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน 51 คน มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งด้านชนิดกีฬาและนักกีฬา โดยจำนวน 37 คนเป็นนักกีฬาหน้าใหม่ ซึ่งประเทศไทยได้ 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง รวม 6 เหรียญรางวัล เป็นอันดับที่ 12 ของเอเชีย เช่นเดียวกับพาราลิมปิกเกมส์ 2024 มีนักกีฬาจาก 184 ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ประเทศไทยส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน 79 คน มากที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นกัน โดยได้ 6 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน 13 เหรียญทองแดง รวม 30 เหรียญรางวัล เป็นอันดับที่ 6 ของเอเชีย โดย ‘สายสุนี จ๊ะนะ’ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบ สร้างประวัติศาสตร์นักกีฬาคนแรกของโลกที่คว้า 3 เหรียญทองวีลแชร์ฟันดาบ ทั้งในประเภทเซเบอร์หญิง, ฟอยล์หญิง และเอเป้หญิง นอกจากนี้ ยังได้ 1 เหรียญทองแดง ในประเภทเอเป้ทีมหญิงอีกด้วย” ผู้ว่าการ กกท. กล่าว
- เปิดแผนปี 2568 เดินหน้าพัฒนากีฬาเป็นเลิศ หนุนจัดแข่งกีฬาสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ
สำหรับในปี 2568 กกท. ได้กำหนดแผนงานและกิจกรรมต่าง ๆ ตามแผนวิสาหกิจการกีฬาแห่งประเทศไทย 2568-2572 ที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ “พัฒนาการกีฬาให้ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติและบริหารจัดการองค์กรอย่างมีมาตรฐาน เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศอย่างยั่งยืน” ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ สนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติ ได้แก่ การจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ กีฬาคนพิการแห่งชาติ และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ การเตรียมและส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ เช่น เอเชียนเกมส์ ฤดูหนาว ครั้งที่ 9 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน เวิลด์เกมส์ ครั้งที่ 12 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน เอเชียนยูธเกมส์ ครั้งที่ 4 ณ สาธาณรัฐอุซเบกิสถาน และเอเชียนอินดอร์และมาร์เชียลอาตส์เกมส์ 2025
ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เป็นต้น
พร้อมกันนี้ จะเดินหน้าสนับสนุนการจัดกิจกรรมและการแข่งขันกีฬาทุกระดับเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งการจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กีฬาอาชีพและกีฬามวย กีฬาเพื่อการท่องเที่ยวและนันทนาการ (Sports Tourism) ส่งเสริมการนำแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) มาใช้ในการจัดกิจกรรมกีฬา โดยรายการสำคัญระดับโลก เช่น การแข่งขันรถจักรยานยนต์ MOTO GP การแข่งขันวิ่งเทรล Amazean Jungle Thailand by UTMB พัฒนานักกีฬา บุคลากรกีฬาอาชีพและกีฬามวย รวมทั้ง พัฒนาการบริการทางการกีฬา สนับสนุนกิจกรรมการเล่นกีฬาและออกกำลังกายของประชาชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
- ประกาศความพร้อมไทยเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13
นอกจากนั้นยังมีอีกหนึ่งในภารกิจที่สำคัญคือ การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ได้แก่ ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 ณ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20–26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน โดยชูแนวคิด “Green SEA Games” และ “Sustainable Paralympics” ด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงตั้งเป้าปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ทั้งจากการขนส่ง การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเลือกสถานที่จัดการแข่งขันที่ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
“ในปี 2568 กกท. โดยฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ จะต่อยอดส่งเสริมกีฬาเพื่อความเป็นเลิศอย่างเป็นระบบครบวงจร การนำองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ทันสมัยมาใช้ยกระดับนักกีฬาและบุคลากรด้านการกีฬาให้มีศักยภาพในระดับนานาชาติและต่อยอดสู่กีฬาอาชีพ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้แสดงศักยภาพของประเทศในด้านกีฬา การท่องเที่ยว และความพร้อมในระดับนานาชาติ ควบคู่ไปกับการสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมสุขภาพผ่านการเล่นกีฬาทุกระดับในสังคม” ผู้ว่าการ กกท. กล่าวในตอนท้าย
กกท. ยังคงมุ่งมั่นพัฒนากีฬาเป็นเลิศเพื่อสร้างประชากรกีฬาไทยให้มีคุณภาพ ยกระดับสู่การเป็นนักกีฬาระดับนานาชาติ และต่อยอดไปถึงนักกีฬาระดับโลก ประสบความสำเร็จในนามทีมชาติไทย สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับประเทศต่อไป