หลังจากฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ “เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อิเล็กทริก คัพ 2024” เริ่มเกมรอบแรกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วของทั้งสองกลุ่ม ซึ่งผลการแข่งขันที่ออกมามีทั้งที่เป็นไปตามแฟนบอลคาดการณ์และมีพลิกล็อกอย่างไม่น่าเชื่อ ยกตัวอย่างในกลุ่มเอหลังจากติมอร์ เลสเต ประเดิมแพ้ไทย 0-10 แต่กลับมาเค้นฟอร์มเยี่ยมเกือบแบ่งแต้มจากบ้านของมาเลเซีย หรือในกลุ่มบี ลาว หลังจากแพ้เวียดนาม 1-4 แต่สามารถแบ่งแต้มจากทีมเต็งอย่างอินโดนีเซีย ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ยังคาดเดาไม่ออกว่าสุดท้ายทีมในจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ฝ่ายเทคนิคทีมชาติและโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยว่าเนื่องจากตอนนี้ยังเป็นเพียงรอบแรกหลายทีมยังต้องปรับจูนทำให้มีผลแข่งที่คาดไม่ถึงออกมา แต่อย่างไรก็ดีทำให้เห็นว่าแต่ละทีมพัฒนาขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการโอนสัญชาติทำให้ชาตินั้นๆ ยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“เท่าที่ไล่ดูแต่ละกลุ่มจะเห็นว่าประเทศที่มีการโอนสัญชาติมานั้น นักเตะที่โอนมาช่วยยกระดับทีมได้อย่างดี อย่างเช่นกัมพูชาที่โอนมา 6 คนแต้องยอมรับทีมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแทั้งกองหลังชาวญี่ปุ่น และกองกลางเบอร์ 6 (โองาวะ ยูได) เล่นดีมากช่วยทีมได้เยอะ รวมถึงแท็กติกที่โค้ชใช้ทำได้ดี หากมีเวลาเล่นร่วมกันอีกนิดจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนติมอร์ เลสเต แม้ว่านัดแรกจะแพ้ไทยแต่พวกเขาแก้เกมปรับแท็กจนดีขึ้นเช่นกัน ซึ่งในกลุ่มไทยดูเหมือนว่ามาเลเซียจะเตรียมตัวมาน้อยที่สุด ต่างคนต่างเล่น ยิ่งไม่ใช่ตัวหลักด้วยแล้วทำให้รูปเกมไม่เป็นร่างเป็นทรงเท่าไหร่นัก”

“ส่วนกลุ่มบี ต้องยอมรับว่าเวียดนามใช้ผู้เล่นตัวหลักเพื่อเล่นรายการนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีตัวโอนสัญชาติ ซึ่งหลังวันที่ 20 ธ.ค. จะสามารถใช้กองหน้าชาวบราซิลได้ทำให้ศักยภาพในเกมรุกยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก ขณะที่อินโดนีเซียแม้ว่านัดล่าสุดจะทำได้เพียงเสมอกับลาว 3-3 แต่เนื่องจากตัวผู้เล่นส่วนใหญ่ใช้อายุ 22 ปี แม้จะมีชุดใหญ่เสริม 4-5 คน คงต้องใช้เวลาอีกสักพักในการปรับจูน”

“จะเห็นได้ว่าชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้หลายชาติเริ่มหันมาใช้งานนักเตะรุ่นใหม่เพื่อเตรียมสำหรับการผลักดันขึ้นชุดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ผมมองว่าเป็นเรื่องดีที่จะใช้ทัวร์นาเมนต์นี้เป็นเวทีสำหรับเด็กรุ่นใหม่ ส่วนผลแข่งที่มีพลิกล็อกบ้างในรอบแรกนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดา เสมอนัดนี้อาจจะชนะในนัดหน้าสถานการณ์ของคะแนนจะเปลี่ยนไป ผมว่ารอบแรกไม่ต้องใส่กับผลแข่งมากเท่าไหร่นัก เนื่องจากรายการนี้เป็นทัวร์นาเมนต์ค่อนข้างยาว การจะเห็นศักยภาพของแต่ละทีมจริงๆ ต้องรอถึงรอบรองชนะเลิศ รอบชิงชนะเลิศ เพราะตอนนั้นทุกทีมน่าจะปรับจูนกันลงตัวมากที่สุดแล้ว ซึ่งหากมองศักยภาพตัวผู้เล่นตอนนี้มั่นใจว่าในกลุ่มบี เวียดนามจะเข้ารอบรองชนะเลิศแน่นอน เช่นเดียวกับกลุ่มเอ ทีมชาติไทยจะเป็นทีมที่ผ่านเข้าไปเล่นรอบตัดเชือก”

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวสอบถาม มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ถึงการที่ผลการแข่งขันในรายการนี้มีหลายคู่ที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ คิดว่าเป็นพัฒนาการของชาติเล็กๆ ในอาเซียนหรือไม่ อิชิอิ กล่าวว่า ด้วยความที่รายการนี้แข่งขันตรงกับลีกในแต่ละประเทศ ทำให้ทีมใหญ่ๆ ไม่สามารถเลือกนักเตะที่ดีที่สุดได้ นอกจากนี้ระยะเวลาการพักก่อนแข่งขันที่ค่อนข้างน้อยก็มีผลด้วยเช่นกัน ในส่วนทีมชาติไทยก็พยายามเตรียมทีมให้ดีที่สุด แม้จะไม่ใช่ชุดที่ดีที่สุดแต่จะพยายามทำให้ดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้

“อย่างตอนที่ไทยอุ่นเครื่องกับลาว ลาวไม่ได้มีโอกาสเยอะ และผมก็รู้สึกพอใจรายละเอียดการเล่นในเกมนั้นของทีมชาติไทย อย่างไรก็ตามจากตอนนั้นกับรายการชิงแชมป์อาเซียนมีการเตรียมทีมที่ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นก็คิดว่าเราจะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีกแล้ว” อิชิอิ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน