ลิเวอร์พูลเฉือนชัยลีลล์ ยืดสถิติชนะรวดต่อไป พร้อมการันตีเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 100% ขณะที่บาร์เซโลนาชนะสุดดราม่า ทำให้ฉลุยด้วยเช่นกัน
การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2024-25 รอบลีก เมื่อวันที่ 21 มกราคม “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล จากอังกฤษ เปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของลีลล์ จากฝรั่งเศส
เกมนี้เจ้าบ้านส่ง ดาร์วิน นูนเญซ, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, หลุยส์ ดิอาซ ลงสนาม ขณะที่ทีมเยือนใช้งาน โจนาธาน เดวิด, เรมี กาเบลลา, มิตเชล บักเคอร์
ครึ่งแรกนาที 34 ลิเวอร์พูลตัดบอลได้ในฝั่งตัวเองแล้วสวนกลับเร็วทันที เคอร์ติส โจนส์ จ่ายยาวขึ้นหน้าทะลุผ่านแนวรับให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สปีดมาโล่งๆ จนถึงลูกแล้วยิงผ่านนายทวารเข้าประตูไป เจ้าบ้านออกนำ 1-0
นาที 44 หลุยส์ ดิอาซ วางบอลยาวจากแดนตัวเองขึ้นหน้า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เกี่ยวลงได้แล้วกระชากหนีตัวประกบจนหลุดเข้าถึงเขตโทษ ก่อนจะยิงเฉียดเสาไปอย่างไม่น่าเชื่อ ลิเวอร์พูลพลาดได้ประตูเพิ่ม แต่ก็ยังเป็นฝ่ายนำเมื่อจบครึ่งแรก 1-0
ครึ่งหลังนาที 59 หลุยส์ ดิอาซ กำลังจะสปีดตามบอลที่ทะลุผ่านแนวรับ ไอส์ซา มานดี จึงตัดสินใจเกี่ยวขาล้มลง ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่มานดีออกจากสนาม ลีลล์ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน
นาที 62 กลายเป็นฝั่งลีลล์ที่ได้เฮ กาเบรียล กุดมุนด์สสัน เติมเกมรุกขึ้นมาฝั่งซ้ายแล้วตบบอลเข้ากลางให้ ฮาคอน อาร์นาร์ ฮาราลด์สสัน ยิงไปติดกองหลัง แต่บอลยังกระดอนมาเข้าทาง โจนาธาน เดวิด ยิงซ้ำอีกทีเสียบตาข่าย สกอร์เสมอกัน 1-1
นาที 67 คอสตาส ซิมิคาส เปิดลูกเตะมุมเข้ากลางแล้วผู้เล่นลีลล์โหม่งสกัดบอลมาหน้าเขตโทษ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ จึงเอียงตัวยิงสวนทันที บอลไปแฉลบนักเตะคู่แข่งเปลี่ยนทางเสียบตาข่าย ลิเวอร์พูลนำอีกครั้ง 2-1
นาที 82 ลิเวอร์พูลเกือบได้ประตูเพิ่ม คอสตาส ซิมิคาส จ่ายบอลให้ เฟเดริโก เคียซา เลี้ยงผ่านกองหลังเข้าทางด้านซ้ายของเขตโทษแล้วยิงด้วยขวา ลูกาส์ เชวาลิเยร์ ยังไวทุบทิ้งไปได้
นาที 90+1 เฟเดริโก เคียซา ล็อกบอลหลบกองหลังในเขตโทษแล้วสับไกยิง นายทวารล้มตัวปัดลูกกระดอนมาเข้าเท้า ดาร์วิน นูนเญซ ยิงซ้ำเข้าไป ทว่านูนเญซอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อนแล้ว ลิเวอร์พูลจึงไม่ได้ประตูเพิ่ม แต่ก็ยังเป็นฝ่ายชนะอยู่ดี 2-1
ทำให้ผ่านไป 7 นัด ลิเวอร์พูลยังชนะรวดและเก็บเพิ่มเป็น 21 คะแนน ยังคงนำจ่าฝูง และการันตีผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบ 100% ส่วนลีลล์มี 13 คะแนน ยึดอันดับ 11 การันตีได้เข้ารอบเพลย์ออฟเป็นอย่างน้อยแล้ว

(REUTERS/Rodrigo Antunes)
อีกคู่ที่น่าสนใจ “เหยี่ยวลิสบอน”เบนฟิกา จากโปรตุเกส มีโอกาสชนะหลังนำห่างถึง 2 ประตู แต่กลับพลาดท่าแพ้ “เจ้าบุญทุ่ม”บาร์เซโลนา จากสเปน แบบสุดดราม่า 4-5
เจ้าบ้านได้ประตูจาก วานเจลิส พาฟลิดิส ทำแฮตทริกนาที 2, 22 และ 30 (จุดโทษ) อีกลูกมาจาก โรนัลด์ อเราโฮ นาที 68 (ทำเข้าประตูตัวเอง) ส่วนทีมเยือนได้จาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาที 13 (จุดโทษ) และ 78 (จุดโทษ), ราฟินญา นาที 64 และ 90+6, เอริก การ์เซีย นาที 86
ทำให้ผ่านไป 7 นัด บาร์เซโลนามี 18 คะแนน อยู่อันดับ 2 และการันตีเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายอีกราย เนื่องจากตอนนี้เหลือเพียง 6 ทีมที่ยังมีโอกาสทำแต้มแซง ส่งผลให้บาร์เซโลนาไม่มีทางจบต่ำกว่าอันดับ 8 ส่วนเบนฟิกามี 10 คะแนน อยู่อันดับ 18 อยู่ในพื้นที่ได้เข้ารอบเพลย์ออฟ
ผลคู่อื่น โมนาโก (ฝรั่งเศส) ชนะ แอสตัน วิลลา (อังกฤษ) 1-0, อตาลันตา (อิตาลี) ชนะ สตวร์ม กราซ (ออสเตรีย) 5-0, แอตเลติโก มาดริด (สเปน) ชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (เยอรมนี) 2-1, โบโลญญา (อิตาลี) ชนะ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ (เยอรมนี) 2-1
คลับ บรูช (เบลเยียม) เสมอ ยูเวนตุส (อิตาลี) 0-0, สโลวาน บราติสลาวา (สโลวะเกีย) แพ้ สตุตการ์ต (เยอรมนี) 1-3, เชอร์เวนา ซเวซดา (เซอร์เบีย) แพ้ พีเอสวี (เนเธอร์แลนด์) 2-3
อันดับบนตารางคะแนน 8 อันดับแรก (พื้นที่เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย)
1. ลิเวอร์พูล (ลงสนาม 7 นัด, 21 คะแนน) ***เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว***
2. บาร์เซโลนา (ลงสนาม 7 นัด, 18 คะแนน) ***เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว***
3. แอตเลติโก มาดริด (ลงสนาม 7 นัด, 15 คะแนน)
4. อตาลันตา (ลงสนาม 7 นัด, 14 คะแนน)
5. อาร์เซนอล (ลงสนาม 6 นัด, 13 คะแนน)
6. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (ลงสนาม 7 นัด, 13 คะแนน)
7. อินเตอร์ มิลาน (ลงสนาม 6 นัด, 13 คะแนน)
8. แอสตัน วิลลา (ลงสนาม 7 นัด, 13 คะแนน)