นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงการเตรียมทีมนักกีฬาทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม นี้ ว่า
นักกีฬาได้เริ่มเก็บตัวกันไปตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว ตามนโยบายที่ให้เก็บตัว 1 ปีก่อนการแข่งขัน ซึ่ง กกท.จะมีการไปตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมทุกๆ 2 เดือน เพื่อดูว่ามีการฝึกซ้อมหรือไม่ มีปัญหาในการฝึกซ้อมที่อยากให้ช่วยแก้ไขอย่างไรบ้าง รวมทั้งศักยภาพต่างๆ ของนักกีฬาเป็นอย่างไร เพื่อให้มีความพร้อมในการแข่งขันให้มากที่สุด
รองผู้ว่า กกท.กล่าวอีกว่า การที่ไทยเป็นเจ้าภาพทำให้ต้องมีการเตรียมตัวที่ดีมากๆ เพราะต้องคว้าเจ้าเหรียญทองให้ได้ จากการประเมินร่วมกับสมาคมกีฬาต่างๆ ตั้งเป้าว่าจะต้องได้เหรียญทอง 288 เหรียญทอง หรือครึ่งหนึ่งของ 574 เหรียญทองที่ชิงชัยกัน อาจจะได้มากกว่าหรือน้อยกว่าเป้าที่ 30 เหรียญทอง เนื่องจากมีความได้เปรียบในเรื่องของความคุ้นเคยสนาม เสียงเชียร์ ได้เตรียมตัวกันอย่างเต็มที่ และชนิดกีฬาที่เลือกบรรจุก็เป็นกีฬาที่ไทยมีความหวัง ส่งแข่งได้ทุกอีเวนต์ในฐานะเจ้าภาพ
“การเป็นเจ้าเหรียญทองเป็นเป้าที่วางไว้ แต่ทุกกีฬาก็ต้องทำผลงานที่ดีตามที่วางแผนเอาไว้ด้วย เพราะเราได้แข่งในบ้านแล้ว โดยเฉพาะกีฬาสากลที่เราทำได้ดีกว่าชาติคู่แข่งมาตลอด เราไปโอลิมปิกได้ แต่เวียดนามไม่ได้ไป ดังนั้นจึงต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุดในช่วงเวลาเก็บตัว” นายปรีชากล่าว
สำหรับ ไทยเคยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์มาแล้ว 6 ครั้ง นับรวมแหลมทองเกมส์, เซียพเกมส์ เป็นเจ้าเหรียญทองได้ทุกครั้ง ส่วนเวียดนามทำสถิติเป็นชาติที่กวาดเหรียญทองได้มากที่สุดในซีเกมส์ครั้งเดียว ในการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 31 เมื่อปี 2021 ทำไปได้ 205 เหรียญทอง