สก็อตต์ แม็กโทมิเนย์ กองกลางของ นาโปลี ออกมาเล่าย้อนประสบการณ์ตอนเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่า มักจะถูกจับไปเล่นในตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่ตำแหน่งถนัดของตัวเอง

แม็กโทมิเนย์ ได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของ โชเซ มูรินโญ เมื่อปี 2017 จากนั้นก็ยังได้ลงเล่นในยุคของ โอเล กุนนารล์ โซลชาร์ ซึ่งช่วงนั้นเขาจะได้ถูกจับไปยืนกลางคู่กับ เฟร็ด จนได้ฉายาว่าคู่หูแม็กเฟรด

จากนั้นในยุคของ อีริก เทน ฮาก เขาได้ขยับไปเล่นในตำแหน่งในแนวรุกมากขึ้นและเริ่มแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจบสกอร์ และฤดูกาลที่แล้วเขายิงไป 10 ประตู แต่สุดท้ายผีแดงก็ตัดสินใจขายเขามาอยู่กับ นาโปลี เมื่อช่วงฤดูร้อน ด้วยราคา 25.7 ล้านปอนด์

และหลังจากนั้นเขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะคนสำคัญของนาโปลี ภายใต้การทำทีมของอันโตนิโอ คอนเต และซัดไปแล้ว 7 ประตู, 4 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 31 เกมรวมทุกรายการในซีซันนี้

ล่าสุดเจ้าตัวให้สัมภาษณ์กับแอธเลติก เกี่ยวกับช่วงเวลาตอนขึ้นมาอยู่กับทีมชุดใหญ่ของแมนฯ ยูไนเต็ด ว่า “ตอนที่ผมขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ผมค่อนข้างจะเข้าใจผิดกับตำแหน่งที่ผมได้เล่น”

“มันไม่ใช่ความผิดของโค้ชคนไหน ความแข็งแกร่งของผม คือ การเข้าไปสู่กรอบเขตโทษ, ทำประตู และสร้างปัญหาตรงนั้นเสมอ”

“แต่ผมยังถูกให้ไปยืนตำแหน่งหมายเลข 6 หรือ เซ็นเตอร์แบ๊ก และมันไม่ใช่เกมของผมเลย แต่เมื่อคุณเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ คุณอายุ 20 ปี, คุณไม่สามารถจะไปเคาะห้องผู้จัดการทีมแล้วบอกว่า คุณคาดหวังว่าจะได้เล่นตำแหน่งหมายเลข 8 แทนที่ ปอล ป๊อกบา มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้”

“คุณต้องรู้จักที่ของตัวเอง และทำในสิ่งที่คุณถูกขอให้ทำ ในช่วง 2-3 ฤดูกาลหลัง ผมเริ่มได้ขึ้นไปในกรอบเขตโทษมากขึ้น ทำประตูได้มากขึ้น และปีสุดท้ายนั้นเป็นปีที่ดีที่สุดของผม”

“ผมเขาจะเซ็นสัญญากับใครสักคนที่ไม่จำเป็นเพื่อที่จะเป็นอย่างที่ผู้คนคาดหวังว่าพวกเขาจะเป็นแบบนั้น สภาพจิตใจของผมอยู่ตรงนั้นเสมอ พร้อมที่จะออกไป, พร้อมที่จะคว้าโอกาสของตัวเองไว้”

“ผมต้องการจะพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง, แสดงให้เห็นว่าผมสามารถเล่นได้ทุกเกม, มันไม่ใช่สิ่งที่มีผลกระทบกับผม คุณสามารถควบคุมได้แค่สิ่งที่คุณทำ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน