แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลัง คริสตัล พาเลซ ไปก่อน 0-2 กลับมารัว 5 ลูกรวดแซงอัด 4-2 ขึ้นไปอยู่อันดับ 4 ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2024-25 เมื่อวันที่ 12 พ.ย. “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนาม เอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ
เกมนี้เจ้าถิ่นส่ง แบร์นาร์โด ซิลวา, เควิน เดอ บรอยน์ และโอมาร์ มาร์มูล นำทัพด้านทีมเยือนวาง เอเบเรชี เอเซ, อิสไมลาร์ ซาร์ และฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา เป็นแกนหลัก

Crystal Palace’s Eberechi Eze celebrates with teammate Tyrick Mitchell after scoring their side’s opening goal during the English Premier League soccer match between Manchester City and Crystal Palace at the Etihad stadium in Manchester, England, Saturday, April 12, 2025. (Martin Rickett/PA via AP)
ผลปรากฏว่า แมนฯ ซิตี้ พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลัง พาเลซ ไปก่อน 0-2 จากประตูของ เอเบเรชี เอเซ นาทีที่ 8 และโอมาร์ ริชาร์ดส์ นาที 21 มารัวคืน 5 ประตูรวดจาก เควิน เดอ บรอยน์ นาที 33, โอมาร์ มาร์มูช นาที 36, มาเตโอ โควาซิช นาที 47, เจมส์ แม็กอาตี นาที 56 และนิโก โอไรลีย์ นาที 79

Manchester City’s Kevin De Bruyne, left, celebrates with Ruben Dias scoring his side’s first goal during the English Premier League soccer match between Manchester City and Crystal Palace at the Etihad stadium in Manchester, England, Saturday, April 12, 2025. (Martin Rickett/PA via AP)

Soccer Football – Premier League – Manchester City v Crystal Palace – Etihad Stadium, Manchester, Britain – April 12, 2025 Manchester City’s Mateo Kovacic scores their third goal Action Images via Reuters/Lee Smith EDITORIAL USE ONLY.
นอกจากนั้นในเกมนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีเช็กล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ (เอสเอโอที) มาใช้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกด้วย
จากผลที่เกิดขึ้นทำให้ แมนฯ ซิตี้ มีเพิ่มเป็น 55 คะแนนจาก 32 นัดแซง เชลซี ขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ตาราง ส่วน พาเลซ หยุดอยู่ที่ 43 คะแนนจาก 31 นัดอยู่อันดับ 11 ตาราง