พันตำรวจโท วิจารณ์ พลฤทธิ์ หัวหน้า สต๊าฟโค้ชทีมชาติไทย พอใจผลงานทีมมวยอายุไม่เกิน 19 ปี เชื่อก้าวขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ได้ ศึกมวยสากลชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประจำปี 2568 รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี และ 22 ปี (Asian Boxing U19 & U22 Championships Bangkok 2025) ระหว่างวันที่ 1–11 ส.ค. ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. เป็นการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ มวยสากลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ทีมกำปั้นไทยขึ้นชก 3 คนในช่วงเช้า และช่วงเย็นอีก 2 ราย ซึ่งหากใครชนะในรอบนี้ จะการันตีเหรียญทองแดงทันที

รุ่น 50 กิโลกรัม เกียรติศักดิ์ สุขวี นักชกวัย 18 ปี จากร้อยเอ็ด มุมน้ำเงิน พบ โอดิลโชห์ คาลิมอฟ จากอุซเบกิสถาน คู่นี้ทั้ง 3 ยก เป็นเกียรติศักดิ์ที่ยืนปักหลักแลกหมัดกับคู่ชกอย่างสนุก และเป็นฝ่ายออกหมัดเข้าเป้าชัดเจนกว่า เอาชนะคะแนนไป 5–0 เสียง เข้ารอบรองชนะเลิศ การันตีมีเหรียญทองแดงติดมือเรียบร้อยแล้ว โดยจะพบกับ จูวอน ชอย (เกาหลีใต้) วันที่ 8 ส.ค.

รุ่น 55 กิโลกรัม กรังปรี โบขุนทด นักชกสายเลือดใหม่ของทีมกำปั้นไทย มุมน้ำเงิน ชาวจันทบุรี วัย 18 ปี เรียกว่าเหมาะกับการเป็นนักกีฬามาก โดยกรังปรีพบ อามันตูร์ จูมาเอฟ จากคีร์กีซสถาน
ยกแรก กรังปรีที่ตัวเล็กกว่า เน้นต่อยล่างสลับบน แต่ก็มีพลาดโดนต่อยหน้าหลายหมัด จบยกนี้ชนะ 3–2 เสียง

อีก 2 ยก กรังปรีใช้จังหวะฝีมือ ดึงจังหวะต่อยได้สวย ๆ แม้จะพลาดโดนนับในยกสุดท้าย แต่ก็เอาชนะคะแนนไปได้ 4–1 เสียง เข้ารอบรองชนะเลิศ การันตีเหรียญทองแดง พบ มาร์ เดอ โวลต้า (อินโดนีเซีย)

รุ่น 60 กิโลกรัม อภิชิต แจ่มดี จากวังทอง พิษณุโลก พบ จอห์น สตีเวน เดไมซิฟ จากฟิลิปปินส์
คู่นี้ 2 ยกแรก ชิงจังหวะต่อยกันสูสี คะแนนเบียดกัน ต้องมาวัดกันในยกสุดท้าย ซึ่งเกมการชกก็ผลัดกันต่อยเข้าเป้าตลอด ครบยกต้องมาเดาใจกรรมการ และเป็น อภิชิต แจ่มดี ที่ได้รับการชูมือชนะไป 4–1 เสียง เข้ารอบรองชนะเลิศไปพบ อลี เชเรกานี (อิหร่าน)

จากชัยชนะของทั้ง 3 คน พันตำรวจโท วิจารณ์ พลฤทธิ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน เผยว่า รอบก่อนรองชนะเลิศนั้นหนักกว่ารอบรอง หากผ่านรอบนี้มาได้ เชื่อว่าทั้งหมดจะได้ชิงเหรียญทองแน่นอน พร้อมย้ำว่าจะปั้นทั้ง 3 คนขึ้นมาทดแทนนักมวยรุ่นพี่ เพื่อเตรียมทีมไว้สำหรับโอลิมปิกเกมส์ และเอเชียนเกมส์ต่อไป

ทั้งนี้ ศึกมวยสากลชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประจำปี 2568 รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี และ 22 ปี (Asian Boxing U19 & U22 Championships Bangkok 2025) ระหว่างวันที่ 1–11 ส.ค. ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก เปิดให้เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือหากไม่สะดวกเดินทาง สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง YouTube : Asian Boxing ซึ่งมีการ สตรีมมิ่งไลฟ์สดตั้งแต่เวลา 11.00 น. ทุกวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน