“เดอะตุ๊ก” น.อ.ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน สภากรรมการและโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ซึ่งจัดมาแล้วหลายครั้ง และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ไปจัดการแข่งขันในต่างจังหวัดที่ จ.กาญจนบุรี โดยทีมชาติไทยก็จัดทัพชุดใหญ่ไป ตัวนักฟุตบอลก็เป็นแบบฟูลทีม ในส่วนของ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่นก็คุมทัพช้างศึกมาเป็นเวลาปีกว่าแล้ว ก็มีพัฒนาการทางฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง
เดอะตุ๊ก กล่าวอีกว่า ในศึกคิงส์คัพครั้งนี้ มาซาทาดะ อิชิอิ จะจัดตัวนักฟุตบอลไม่เหมือนเดิม เพราะว่าตอนที่ทีมชาติไทยบุกแพ้ให้กับ เติร์กเมนิสถาน 1-3 ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่มดี นัดที่ 2 ที่อัชกาบัต สเตเดียม ประเทศเติร์กเมนิสถาน เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา อิชิอิเขาบอกเองว่า เติร์กเมนิสถานเอาชนะทีมชาติไทยได้เพราะระบบทีมเวิร์ก ทางเติร์กเมนิสถานใช้ผู้เล่นน้อยคนมาก หมุนเวียนประมาณ 3 ทีมเท่านั้นเอง และทีมหนึ่งลงประมาณ 7 คน เท่ากับมีระบบทีมเวิร์กที่ดี
“ฉะนั้นสำหรับทีมชาติไทยครั้งนี้ ผมคิดว่าจะได้เห็นผู้เล่นจากนัดแรกถึงนัดสองเป็นผู้เล่นชุดที่คล้ายคลึงกัน คือเปลี่ยนตัวไม่มากไม่เกิน 4 คน ดังนั้นระบบทีมเวิร์กครั้งนี้จะดีมากขึ้น โดยเฉพาะผู้เล่นหลักๆ จะกลับมาสู่ทีมแล้ว สิ่งที่ผมอยากเห็นกับทีมชาติไทยชุดนี้คือ ผู้เล่นในดวงใจ 11 คนแรกของอิชิอิอย่างเสมอต้นเสมอปลาย คือไม่ได้เปลี่ยนทุกเกม เพราะที่ผ่านมาอิชิอิยังเปลี่ยนผู้เล่นเกือบทุกเกม ซึ่งเป็นปัญหาต่อระบบทีมมาก บางทีเปลี่ยน 11 ตัวเลย บางทีเปลี่ยน 7 คน บางทีเปลี่ยน 5 คน การเปลี่ยนสามารถเปลี่ยนได้ แต่ต่องมีวิธีการเปลี่ยน แต่ไม่ใช่การเปลี่ยนยกทีมมันคงไม่ได้ คราวนี้คงน่าจะเห็นมิติใหม่ๆ ของอิชิอิ”
อดีตกองหน้าทีมชาติไทยเจ้าของฉายา “เพชฌฆาตหน้าหยก” กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการประเมินผลงานของ มาซาทาดะ อิชิอิ ในรายการนี้ ขึ้นอยู่กับฝ่ายเทคนิคของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ซึ่งมี “อาจารย์หรั่ง” ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ฝ่ายพัฒนาเทคนิค และแอนโธนี่ ฮัดสัน ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ว่าผลงานในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพครั้งนี้จะผ่านเกณฑ์การประเมินหรือไม่ และสุดท้ายไปอยู่ที่ “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะเป็นคนตัดสินใจ