ลิเวอร์พูลหยุดช่วงเวลาย่ำแย่แพ้ต่อเนื่องด้วยการบุกถล่มไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต ขณะที่เรอัล มาดริด ยังชนะรวดในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก หลังเฉือนยูเวนตุส

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2025-26 รอบลีก เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม “อินทรีแดงดำ”ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต จากเยอรมนี เปิดสนามดอยต์ช บังก์ พาร์ก รับการมาเยือนของ “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล จากอังกฤษ

ครึ่งแรกนาที 26 แฟรงก์เฟิร์ตได้โอกาสสวนกลับ มาริโอ เกิตเซ ถ่ายบอลไปบริเวณด้านขวาของเขตโทษให้ ราสมุส คริสเตนเซน ดึงจังหวะหาช่อง ก่อนตัดสินใจสับไกยิงด้วยขวาลูกพุ่งเรียดลอดขากองหลังแล้วชนเสาสองเข้าไป เจ้าบ้านนำ 1-0

นาที 35 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ตัดบอลได้ในเขตโทษฝั่งตัวเองแล้วส่งขึ้นหน้าอย่างสวยงามให้ อูโก เอกิติเก มีพื้นที่กระชากหลุดเดี่ยวไปเผชิญหน้านายทวารแล้วยิงเข้าไป เป็นการทำประตูใส่อดีตต้นสังกัดของตัวเองด้วย ลิเวอร์พูลตีเสมอ 1-1

นาที 39 ลิเวอร์พูลได้ลูกเตะมุมฝั่งซ้าย โคดี กักโป เปิดมาบริเวณเสาแรกให้ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ โขกเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด ทีมเยือนแซงนำ 2-1

นาที 44 ลูกเตะมุมของลิเวอร์พูลแผลงฤทธิ์อีกครั้ง คราวนี้เป็น โดมินิก โซโบสไล เตะจากฝั่งขวาเข้ากลาง อิบราฮิมา โคนาเต ขึ้นโขกแบบไร้ตัวประกบเสียบตาข่าย ทีมเยือนบวกเพิ่มเป็น 3-1 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาที 66 โดมินิก โซโบสไล แทงบอลทะลุแนวรับให้ โฟลริอัน เวียร์ตซ์ มีพื้นที่หลุดเข้าด้านขวาของเขตโทษ ก่อนที่เวียร์ตซ์จะปาดเข้ากลางให้ โคดี กักโป จบสกอร์ไม่พลาด ลิเวอร์พูลนำห่าง 4-1

นาที 70 โฟลริอัน เวียร์ตซ์ รับบอลจากเพื่อนแล้วแปะต่อให้ โดมินิก โซโบสไล กดด้วยขวาจากระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งเรียดเสียบมุมอย่างเด็ดขาด ลิเวอร์พูลจึงบุกชนะขาดลอย 5-1 หยุดช่วงเวลาย่ำแย่แพ้ต่อเนื่องไว้ที่ 4 นัด ส่วนแฟรงก์เฟิร์ตไม่ชนะ 5 นัดติดรวมทุกรายการ

(REUTERS/Violeta Santos Moura)

ทางด้าน “ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริด จากสเปน เปิดสนามเอสตาดิโอ ซานติอาโก เบร์นาเบว เฉือนชนะ “ม้าลาย”ยูเวนตุส จากอิตาลี 1-0 มาดริดจึงชนะรวดในรายการนี้ 3 นัด ส่วนยูเวนตุสไม่ชนะต่อเนื่องรวมทุกรายการเป็นนัดที่ 6 เข้าไปแล้ว

แมตช์นี้เจ้าบ้านได้ประตูชัยจาก จูด เบลลิงแฮม นาที 57

ผลคู่อื่น กาลาตาซาราย (ตุรกี) ชนะ โบโด/กลิมต์ (นอร์เวย์) 3-1, แอธเลติก บิลเบา (สเปน) ชนะ การาบัก (อาเซอร์ไบจาน) 3-1, บาเยิร์น มิวนิก (เยอรมนี) ชนะ คลับ บรูช (เบลเยียม) 4-0, เชลซี (อังกฤษ) ชนะ อาแจ็กซ์ (เนเธอร์แลนด์) 5-1

อตาลันตา (อิตาลี) เสมอ สลาเวีย ปราก (สาธารณรัฐเช็ก) 0-0, สปอร์ติง ลิสบอน (โปรตุเกส) ชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส) 2-1, โมนาโก (ฝรั่งเศส) เสมอ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (อังกฤษ) 0-0

อันดับบนตารางคะแนน

กลุ่มโควต้าเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

1. ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (3 นัด – 9 คะแนน), 2. บาเยิร์น มิวนิก (3 นัด – 9 คะแนน), 3. อินเตอร์ มิลาน (3 นัด – 9 คะแนน), 4. อาร์เซนอล (3 นัด – 9 คะแนน)

5. เรอัล มาดริด (3 นัด – 9 คะแนน), 6. โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ (3 นัด – 7 คะแนน), 7. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (3 นัด – 7 คะแนน), 8. นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (3 นัด – 6 คะแนน)

กลุ่มโควต้าเข้ารอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์

9. บาร์เซโลนา (3 นัด – 6 คะแนน), 10. ลิเวอร์พูล (3 นัด – 6 คะแนน), 11. เชลซี (3 นัด – 6 คะแนน), 12. สปอร์ติง ลิสบอน (3 นัด – 6 คะแนน)

13. การาบัก (3 นัด – 6 คะแนน), 14. กาลาตาซาราย (3 นัด – 6 คะแนน), 15. ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (3 นัด – 5 คะแนน), 16. พีเอสวี (3 นัด – 4 คะแนน)

17. อตาลันตา (3 นัด – 4 คะแนน), 18. โอลิมปิก มาร์กเซย (3 นัด – 3 คะแนน), 19. แอตเลติโก มาดริด (3 นัด – 3 คะแนน), 20. คลับ บรูช (3 นัด – 3 คะแนน)

21. แอธเลติก บิลเบา (3 นัด – 3 คะแนน), 22. ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต (3 นัด – 3 คะแนน), 23. นาโปลี (3 นัด – 3 คะแนน), 24. อูนิยง แซงต์. ชิลลัวส์ (3 นัด – 3 คะแนน)

กลุ่มตกรอบ

25. ยูเวนตุส (3 นัด – 2 คะแนน), 26. โบโด/กลิมต์ (3 นัด – 2 คะแนน), 27. โมนาโก (3 นัด – 2 คะแนน), 28. สลาเวีย ปราก (3 นัด – 2 คะแนน), 29. ปาฟอส (3 นัด – 2 คะแนน), 30. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (3 นัด – 2 คะแนน)

31. บียาร์เรอัล (3 นัด – 1 คะแนน), 32. เอฟซี โคเปนเฮเกน (3 นัด – 1 คะแนน), 33. โอลิมเปียกอส (3 นัด – 1 คะแนน), 34. ไครัต อัลมาตี (3 นัด – 1 คะแนน), 35. เบนฟิกา (3 นัด – 0 คะแนน), 36. อาแจ็กซ์ (3 นัด – 0 คะแนน)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน