ตะกร้อทีมเดี่ยวสาว แม้ว่าจะดูลุ้นเหนื่อยแต่ว่ากลับโชว์ฟอร์มเยี่ยมเป็นฝ่ายทุบเอาชนะเวียดนามแบบไม่ยากคว้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 33

กีฬาเซปักตะกร้อ ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เมื่อ 20 ธ.ค. ที่ยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง ศูนย์กีฬาเทศบาลนครนครปฐม ชิงชัย 2 เหรียญทองสุดท้าย

โดยประเภททีมเดี่ยวหญิง ทีมชาติไทยลงสนามพบกับเวียดนาม ซึ่งผลปรากฏว่าทีมสาวไทยยังฟอร์มเยี่ยมเป็นฝ่ายเอาชนะแบบไม่ยาก 15-10 และ 15-6 คว้าเหรียญทองไปครองและเป็นเหรียญทองที่ 4 ของตะกร้อหญิงไทยในซีเกมส์

ขณะที่ทีมเดี่ยวชาย รอบรองชนะเลศ ทีมชาติไทยที่มีภาษีดีกว่าแต่ว่ากลับเป็นเวียดนามที่เอาชนะไปได้ก่อน 15-13 แม้ว่าเซ็ตสองทีมฟาดลูกพลาสติกหนุ่มไทยจะกลับมาชนะ 15-9 ตามตีเสมอ 1-1 แต่ว่าเซ็ตที่สามกลับโดนเวียดนามพลิกกลับมาชนะ 15-9 ทำให้ทีมเดี่ยวชายไทยแพ้เวียดนาม 1-2 เซ็ต 13-15,15-6,9-15 พลาดเข้าชิงเหรียญทองในบ้านตัวเอง โดยรอบชิงชนะเลิศมาเลเซียชนะเวียดนาม 2-0 เซ็ตคว้าเหรียญทองไปครอง

จากผลดังกล่าวทำให้ทีมเซปักตะกร้อชายทีมชาติไทย พลาดเหรียญทองทุกรายในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้

สรุปกีฬาตะกร้อไทยทำได้ทั้งหมด 6 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง

หลังเกม “โจ้หลังเท้า” พ.ท.ต.สืบศักดิ์ ผันสืบ กรรมการบริหารสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะผู้จัดการทีมตะกร้อไทย กล่าวว่า “การที่ตะกร้อหญิงทำได้ 4 เหรียญทองถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายแต่เรารู้ว่าไม่ง่าย ต้องขอบคุณนักกีฬาที่ช่วยกันเล่น”

“จะเห็นได้ว่าการเก็บตัวมา 10 เดือนเราได้นักกีฬาที่ดี มีคุณภาพ สามารถคุม สั่งการรูปแบบการฝึกซ้อมได้สมกับเป็นนักกีฬาทีมชาติ ผมได้บอกกับนักกีฬาตลอดเพราะการที่ผมเป็นนักกีฬาเก่าว่าการซ้อมกับการแข่งเป็นคนละเรื่องกัน การแข่งขันมีความกดดันทั้งจากกองเชียร์จากสื่อมวลชน สภาพแวดล้อมต่างๆ ดังนั้นทุกคนต้องซ้อมให้เหมือนแข่ง ต้องซ้อมด้วยความเครียดความกดดัน ต้องถามตัวเองทุกวันว่าวันนี้เราพัฒนาขึ้นมากแค่ไหน หรือต้องปรับปรุงตรงจุดไหน ยิ่งการเล่นในบ้านเราเองแม้ว่าจะมีเสียงเชียร์เยอะแต่จะมีความกดดันแฝงอยู่ด้วยว่าเราไม่อยากเล่นพลาด”

“ส่วนเรื่องที่ทีมชายไม่ได้เหรียญทองเลยผมในฐานะรุ่นพี่ผมคงพูดแค่คำว่าเสียดาย ความจริงเหรียญทองไม่ง่าย แต่ไม่ได้ยากเกินไป เมื่อมันผ่านไปแล้วคงพูดได้แค่เสียดาย อย่างที่บอกว่าทุการแข่งขันมีความกดดัน ใครไม่เคยเล่นให้ทีมชาติไม่มีทางรู้ว่ากดดันแค่ไหน”

“ดังนั้นเราต้องจริงจังตั้งแต่วันแรกที่ซ้อมเพื่อเอาชนะความกดดันให้ได้ แน่นอนว่ามวยรองเจอกับเราเขาเล่นสบาย เราเป็นมวยต่อเล่นยากอยู่แล้ว ถ้าเราเล่นได้ไม่ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปคงเป็นงานยากที่จะเอาชนะคู่แข่ง ครั้งหน้าเราจะไปเล่นเอเชียนเกมส์ ถามว่าเป็นห่วงไหมต้องยอมรับว่าเป็นห่วงโดยเฉพาะทีมชายเราต้องไปคุยรายละเอียดอีกครั้งว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร เนื่องจากครั้งหน้าเป็นเหรียญใหญ่ของเรา เราไม่อยากแพ้ใครอยู่แล้ว ซึ่งเรามีเวลาอีก 18 เดือนจะถึงเอเชียนเกมส์เราต้องรีบคิด รีบคุย วางแผนเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ”

“ต้องยอมรับตะกร้อชายไทยนั้นเป็นกระแสของสังคมตลอดต้องขอบคุณหลายๆ กระจกที่สะท้อนมายังพวกเรา จากนี้เราต้องพยายามซ้อมแบบให้มีความเครียดทั้งปี เพราะที่ผ่านมาพอซ้อมแล้วก็จบ เพื่อที่โค้ชจะได้เห็นว่านักกีฬาคนไหนสามารถได้ในสภาวะที่มีความเครียด ที่เราซ้อมกันมาเป็นปีเราไม่ได้เห็นว่านักกีฬาเล่นดีหรือไม่ดีในเวลาที่มีความเครียด”

“เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีแมตช์ใหญ่ๆ เยอะๆ ได้เห็นนักกีฬาใหม่ๆ โดยเฉพาะทีมของต้องการได้นักกีฬาใหม่เข้ามาสู่ทีมอยู่แล้วเพื่อจะมากดดันรุ่นพี่ว่าสามารถรักษามาตรฐานได้หรือไม่ เช่นตอนอายุ 25 ปีเล่นได้ขนาดนี้ พออายุ 30 เล่นได้ตามมาตรฐานเดิมหรือไม่ ถ้าไม่ดีขึ้นหรือได้ไม่เท่าเดิมเราต้องยอมรับในการเปลี่ยนแปลงเอาตัวใหม่มาเล่นแทน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน