เยอรมนี ถล่ม สโลวะเกีย ขาดลอย 6-0 คว้าตั๋วลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้ายส่วน เนเธอร์แลนด์ ชนะ ลิทัวเนีย ไม่ยาก 4-0 ซิวโควตาเช่นเดียวกัน
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป เมื่อวันที่ 17 พ.ย. คู่ที่น่าสนใจอยู่ในกลุ่มเอ “อินทรีเหล็ก”เยอรมนี เปิดสนามเรดบูลล์ อารีนา รับการมาเยือนของ สโลวะเกีย
ทั้งคู่ลงสนามไปแล้ว 5 นัด เก็บได้ 12 คะแนนเท่ากัน แต่เมื่อวัดประตูได้เสียแล้ว เยอรมนี นำจ่าฝูง และแมตช์นี้ขอแค่ไม่แพ้ก็จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายทันที ส่วน สโลวะเกีย ยึดรองจ่าฝูง จะแซงเข้ารอบสุดท้ายก็ต่อเมื่อต้องชนะนัดนี้ให้ได้สถานเดียว
เกมนี้เจ้าบ้านจัด โฟลเรียน เวียร์ตซ์, แซร์ช กนาบรี และนิก โวลเทอมาเดอ ลงตัวจริง ขณะที่ทีมเยือนนำทัพโดย สตานิสลาฟ โลบอตกา ดาวิด ดูริส และดาวิด สเตรเล็ก

German players celebrate after scoring during a group A World Cup qualifiying soccer match between Germany and Slovakia in Leipzig, Germany, Monday, Nov. 17, 2025. (AP Photo/Matthias Schrader)
ผลปรากฏว่า เยอรมนี เป็นฝ่ายเอาชนะไปแบบขาดลอย 6-0 โดยได้ประตูจาก นิก โวลเทอมาเดอ นาที 18, แซร์ช กนาบรี นาที 29, ลีรอย ซาเน นาที 36 และ41, ริดเลอ บาคู นาที 67 และอัซซัน อูดราลโก นาที 79
ส่วนผลอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน ไอร์แลนด์เหนือ ชนะ ลักเซมเบิร์ก 1-0
บทสรุปกลุ่มนี้หลังจบ 6 นัด เยอรมนี คว้าแชมป์กลุ่ม (15 คะแนน) เข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 21 และหนที่ 19 ติดต่อกัน ส่วน สโลวะเกีย เป็นรองแชมป์กลุ่ม (12 คะแนน) ต้องไปเตะรอบเพลย์ออฟต่อ
ด้านอันดับ 3 ไอร์แลนด์เหนือ (9 คะแนน) และอันดับ 4 ลักเซมเบิร์ก (0 คะแนน) ต่างตกรอบทั้งหมด

Netherlands’ Tijjani Reijnders (14) celebrates scoring his side’s opening goal during a World Cup 2026 group G qualifying soccer match between Netherlands and Lithuania in Amsterdam, Netherlands, Monday, Nov. 17, 2025. (AP Photo/Peter Dejong)
ส่วนกลุ่มจี “กังหันสีส้ม”เนเธอร์แลนด์ เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ถล่ม ลิทัวเนีย 4-0 เกมนี้เจ้าถิ่นได้ประตูจาก ทิจจานี ไลน์เดอร์ส นาที 16, โคดี กักโก (จุดโทษ) นาที 58, ชาวี ซิโมนส์ นาที 60 และดอนเยลล์ มาเลน นาที 62
ส่วนผลอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน มอลตา แพ้ โปแลนด์ 2-3
บทสรุปกลุ่มนี้หลังจบ 6 นัด เนเธอร์แลนด์ คว้าแชมป์กลุ่ม (20 คะแนน) เข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ตามด้วย โปแลนด์ เป็นรองแชมป์กลุ่ม (17 คะแนน) ต้องไปเตะรอบเพลย์ออฟต่อ
ด้านอันดับ 3 ฟินแลนด์ (10 คะแนน), อันดับ 4 มอลตา (6 คะแนน) และอันดับ 5 ลิทัวเนีย (3 คะแนน) ต่างตกรอบทั้งหมด
ขณะที่กลุ่มแอล สาธารณรัฐเช็ก ชนะ ยิบรอลตาร์ 6-0 และมอนเตเนโกร แพ้ โครเอเชีย 2-3
บทสรุปกลุ่มนี้หลังจบ 8 นัด โครเอเชีย คว้าแชมป์กลุ่ม (22 คะแนน) เข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ตามด้วย สาธารณรัฐเช็ก เป็นรองแชมป์กลุ่ม (16 คะแนน) ต้องไปเตะรอบเพลย์ออฟต่อ
ด้านอันดับ 3 หมู่เกาะแฟโร (12 คะแนน), อันดับ 4 มอนเตเนโกร (9 คะแนน) และอันดับ 5 ยิบรอลตาร์ (0 คะแนน) ต่างตกรอบทั้งหมด