อาร์เซนอลกลายเป็นทีมเดียวที่ยังชนะรวดในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ หลังโชว์ฟอร์มอัดบาเยิร์น มิวนิก ด้านปารีส แซงต์ แชร์กแมง พิชิตท็อตแนม ฮอตสเปอร์

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2025-26 รอบลีก เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน “ปืนใหญ่”อาร์เซนอล จากอังกฤษ เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ “เสือใต้”บาเยิร์น มิวนิก จากเยอรมนี

ครึ่งแรกนาที 22 อาร์เซนอลได้ลูกเตะมุมฝั่งขวา บูคาโย ซากา เปิดเข้ามาหน้าประตูให้ จูร์เรียน ทิมเบอร์ โขกเช็ดเข้าประตูไป เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0

นาที 32 โยซัว คิมมิช วางบอลจากบริเวณครึ่งสนามขึ้นหน้าด้วยน้ำหนักสุดเหมาะเหม็ง ลูกลอยข้ามแนวรับมาถึงพื้นที่เขตโทษด้านขวา แซร์ช กนาบรี สปีดมาถึงแล้วตบเข้ากลางให้ เลนนาร์ต คาร์ล ยิงไม่เหลือ บาเยิร์นตีเสมอ 1-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาที 69 เอเบเรชี เอเซ ไหลบอลให้ ริกการ์โด กาลาฟิโอรี มีพื้นที่หลุดมาทางฝั่งซ้ายแล้วเปิดบอลพุ่งไปถึงเสาสอง โนนี มาดูเอเก จึงเข้าชาร์จส่งบอลสู่ก้นตาข่าย อาร์เซนอลนำอีกครั้ง 2-1

นาที 77 อาร์เซนอลตัดบอลได้แล้วโต้กลับเร็ว เอเบเรชี เอซี วางบอลไปถึงบริเวณครึ่งสนามให้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี ได้แตะหลบ มานูเอล นอยเออร์ ที่ออกมาห่างจากประตู ก่อนที่มาร์ติเนลลีจะยิงเข้าสู่ก้นตาข่ายที่ว่างเปล่า เจ้าบ้านจึงชนะไป 3-1

อาร์เซนอลกลายเป็นทีมเดียวที่ยังรักษาสถิติชนะรวดในแชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ พร้อมทั้งแซงขึ้นไปอยู่อันดับ 1 ส่วนบาเยิร์นแพ้เป็นแมตช์แรกในฤดูกาลนี้รวมทุกรายการ

(REUTERS/Sarah Meyssonnier)

ด้านแชมป์เก่าปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เก่าจากฝรั่งเศส เปิดสนามปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ เอาชนะ “ไก่เดือยทอง”ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ จากอังกฤษ 5-3

เจ้าบ้านได้ประตูจาก วิตินญา ทำแฮตทริกนาที 45, 53 และ 76 (จุดโทษ) ส่วนลูกอื่นได้จาก ฟาเบียน รุยซ์ นาที 59, วิลเลียน ปาโช นาที 65 โดยเปแอสเชเหลือผู้เล่น 10 คน ลูกัส แอร์กน็องเดซ ถูกไล่ออกนาที 90+3

ด้านทีมเยือนได้ประตูจาก ริชาร์ลิซอน นาที 35, ร็องดัล โคโล มูอานี นาที 50 และ 72

(Action Images via Reuters/Jason Cairnduff)

ขณะที่ “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล จากอังกฤษ ยังไม่ฟื้นจากวิกฤต ล่าสุดเปิดสนามแอนฟิลด์ แพ้ต่อพีเอสวี จากเนเธอร์แลนด์ 1-4

เจ้าบ้านได้ประตูจาก โดมินิก โซโบสไล นาที 16 ส่วนทีมเยือนได้จาก อิวาน เปริซิช นาที 6 (จุดโทษ), กุส ทิล นาที 56, คูไฮบ์ ดริอุช นาที 73 และ 90+1

ผลคู่อื่น เอฟซี โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) ชนะ ไครัต อัลมาตี (คาซัคสถาน) 3-2, ปาฟอส (ไซปรัส) เสมอ โมนาโก (ฝรั่งเศส) 2-2, แอตเลติโก มาดริด (สเปน) ชนะ อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) 2-1

โอลิมเปียกอส (กรีซ) แพ้ เรอัล มาดริด (สเปน) 3-4, ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) แพ้ อตาลันตา(อิตาลี) 0-3, สปอร์ติง ลิสบอน (โปรตุเกส) ชนะ คลับ บรูช (เบลเยียม) 3-0

อันดับบนตารางคะแนน

กลุ่มโควตาเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

1. อาร์เซนอล (5 นัด – 15 คะแนน), 2. ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (5 นัด – 12 คะแนน), 3. บาเยิร์น มิวนิก (5 นัด – 12 คะแนน), 4. อินเตอร์ มิลาน (5 นัด – 12 คะแนน)

5. เรอัล มาดริด (5 นัด – 12 คะแนน), 6. โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ (5 นัด – 10 คะแนน), 7. เชลซี (5 นัด – 10 คะแนน), 8. สปอร์ติง ลิสบอน (5 นัด – 10 คะแนน)

กลุ่มโควตาเข้ารอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์

9. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (5 นัด – 10 คะแนน), 10. อตาลันตา (5 นัด – 10 คะแนน), 11. นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (5 นัด – 9 คะแนน), 12. แอตเลติโก มาดริด (5 นัด – 9 คะแนน)

13. ลิเวอร์พูล (5 นัด – 9 คะแนน), 14. กาลาตาซาราย (5 นัด – 9 คะแนน), 15. พีเอสวี (5 นัด – 8 คะแนน), 16. ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (5 นัด – 8 คะแนน)

17. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (5 นัด – 8 คะแนน), 18. บาร์เซโลนา (5 นัด – 7 คะแนน), 19. การาบัก (5 นัด – 7 คะแนน), 20. นาโปลี (5 นัด – 7 คะแนน)

21. โอลิมปิก มาร์กเซย (5 นัด – 6 คะแนน), 22. ยูเวนตุส (5 นัด – 6 คะแนน), 23. โมนาโก (5 นัด – 6 คะแนน), 24. ปาฟอส (5 นัด – 6 คะแนน)

กลุ่มตกรอบ

25. อูนิยง แซงต์. ชิลลัวส์ (5 นัด – 6 คะแนน), 26. คลับ บรูช (5 นัด – 4 คะแนน), 27. แอธเลติก บิลเบา (5 นัด – 4 คะแนน), 28. ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต (5 นัด – 4 คะแนน), 29. เอฟซี โคเปนเฮเกน (5 นัด – 4 คะแนน), 30. เบนฟิกา (5 นัด – 3 คะแนน)

31. สลาเวีย ปราก (5 นัด – 3 คะแนน), 32. โบโด/กลิมต์ (5 นัด – 2 คะแนน), 33. โอลิมเปียกอส (5 นัด – 2 คะแนน), 34. บียาร์เรอัล (5 นัด – 1 คะแนน), 35. ไครัต อัลมาตี (5 นัด – 1 คะแนน), 36. อาแจ็กซ์ (5 นัด – 0 คะแนน)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน