เรอัล มาดริด เสียท่าต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาบ้านตัวเอง ทางด้านอาร์เซนอลยังคงชนะรวดในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และจ่อเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเต็มที
การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2025-26 รอบลีก เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม “ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริด จากสเปน เปิดสนามเอสตาดิโอ ซานติอาโก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ
เริ่มเกมมาได้ 3 นาที วินิซิอุส จูเนียร์ ล้มลงหลังปะทะกับ มาเตอุส นูเนส ผู้ตัดสินจึงเป่าให้จุดโทษแก่มาดริด แต่เมื่อเช็กวีเออาร์แล้วผู้ตัดสินมองว่าวินิซิอุสยังไม่ได้เข้าสู่เขตโทษ จึงเปลี่ยนเป็นให้ฟรีคิกแทน
นาที 28 จูด เบลลิงแฮม จ่ายบอลไปให้ โรดรีโก ใช้ความเร็วกระชากบอลหนีกองหลังหลุดเข้าทางพื้นที่ด้านขวาของเขตโทษ ก่อนยิงลูกพุ่งหนีนายทวารเสียบเสาสอง มาดริดออกนำ 1-0
นาที 35 แมนฯ ซิตี้ได้ลูกเตะมุมฝั่งซ้าย รายอัน แชร์กคี เปิดมาเข้าทาง ยอสโก กวาร์ดิโอล โขกแล้วผู้รักษาประตูรับไม่อยู่กระฉอกมาเข้าเท้า นิโก โอไรล์ลี ซ้ำเผาขนไม่เหลือ สกอร์เสมอกัน 1-1
นาที 42 ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์จังหวะที่ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ เข้าปะทะทำให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ล้มลงในเขตโทษ ก่อนตัดสินใจเป่าให้จุดโทษแก่แมนฯ ซิตี้ ฮาลันด์ทำหน้าที่สังหารเข้าไปในนาที 43 “เรือใบสีฟ้า” จึงแซงนำเมื่อจบครึ่งแรก 2-1
ครึ่งหลังนาที 85 มาดริดเกือบตีเสมอ อัลบาโร การ์เรราส เปิดบอลจากด้านซ้ายมาบริเวณเสาแรกให้ เอ็นดริก กระโดดขึ้นโขกลูกไปชนคานออกหลังอย่างน่าเสียดาย จบเกมแมนฯ ซิตี้จึงบุกมาชนะ 2-1

(REUTERS/Geert Vanden Wijngaert)
ทางด้านคลับ บรูช จากเบลเยียม เปิดสนามยาน เบรย์เดล สตาดิโอน แพ้ต่อ “ปืนใหญ่”อาร์เซนอล จากอังกฤษ 0-3 อาร์เซนอลจึงรักษาสถิติชนะรวดได้ต่อไป และจ่อเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเต็มที โดยอีก 2 นัดที่เหลือต้องการแค่ 1 แต้มเท่านั้น
ทีมเยือนได้ประตูจาก โนนี มาดูเอเก นาที 25 และ 47, กาเบรียล มาร์ติเนลลี นาที 56
ผลคู่อื่น บียาร์เรอัล (สเปน) แพ้ เอฟซี โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) 2-3, การาบัก (อาเซอร์ไบจาน) แพ้ อาแจ็กซ์ (เนเธอร์แลนด์) 2-4, แอธเลติก บิลเบา (สเปน) เสมอ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (ฝรั่งเศส) 0-0
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (เยอรมนี) เสมอ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (อังกฤษ) 2-2, ยูเวนตุส (อิตาลี) ชนะ ปาฟอส (ไซปรัส) 2-0, เบนฟิกา (โปรตุเกส) ชนะ นาโปลี (อิตาลี) 2-0, โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ (เยอรมนี) เสมอ โบโด/กลิมต์ (นอร์เวย์) 2-2
อันดับบนตารางคะแนน
กลุ่มโควตาเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย
1. อาร์เซนอล (6 นัด – 18 คะแนน), 2. บาเยิร์น มิวนิก (6 นัด – 15 คะแนน), 3. ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (6 นัด – 13 คะแนน), 4. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (6 นัด – 13 คะแนน)
5. อตาลันตา (6 นัด – 13 คะแนน), 6. อินเตอร์ มิลาน (6 นัด – 12 คะแนน), 7. เรอัล มาดริด (6 นัด – 12 คะแนน), 8. แอตเลติโก มาดริด (6 นัด – 12 คะแนน)
กลุ่มโควตาเข้ารอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์
9. ลิเวอร์พูล (6 นัด – 12 คะแนน), 10. โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ (6 นัด – 11 คะแนน), 11. ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (6 นัด – 11 คะแนน), 12. นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (6 นัด – 10 คะแนน)
13. เชลซี (6 นัด – 10 คะแนน), 14. สปอร์ติง ลิสบอน (6 นัด – 10 คะแนน), 15. บาร์เซโลนา (6 นัด – 10 คะแนน), 16. โอลิมปิก มาร์กเซย (6 นัด – 9 คะแนน)
17. ยูเวนตุส (6 นัด – 9 คะแนน), 18. กาลาตาซาราย (6 นัด – 9 คะแนน), 19. โมนาโก (6 นัด – 9 คะแนน), 20. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (6 นัด – 9 คะแนน)
21. พีเอสวี (6 นัด – 8 คะแนน), 22. การาบัก (6 นัด – 7 คะแนน), 23. นาโปลี (6 นัด – 7 คะแนน), 24. เอฟซี โคเปนเฮเกน (6 นัด – 7 คะแนน)
กลุ่มตกรอบ
25. เบนฟิกา (6 นัด – 6 คะแนน), 26. (6 นัด – 6 คะแนน), 27. อูนิยง แซงต์. ชิลลัวส์ (6 นัด – 6 คะแนน), 28. แอธเลติก บิลเบา (6 นัด – 5 คะแนน), 29. โอลิมเปียกอส (6 นัด – 5 คะแนน), 30. ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต (6 นัด – 4 คะแนน)
31. คลับ บรูช (6 นัด – 4 คะแนน), 32. โบโด/กลิมต์ (6 นัด – 3 คะแนน), 33. สลาเวีย ปราก (6 นัด – 3 คะแนน), 34. อาแจ็กซ์ (6 นัด – 3 คะแนน), 35. บียาร์เรอัล (6 นัด -1 คะแนน), 36. ไครัต อัลมาตี (6 นัด – 1 คะแนน)