ศึกสำคัญ‘เรือใบ’เปิดรังดวลแข้ง‘หงส์แดง’
ซอคเกอร์
คืนนี้มีแมตช์หยุดโลกระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้-ลิเวอร์พูล ซึ่งอาจส่งผลต่อการชี้ชะตาแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ส่วนบุนเดสลีกา, เซเรีย อา และลา ลีกา ก็ยังฟาดแข้งกันเพียบ ผลการแข่งขันจะออกมาเป็นเช่นไรบ้าง ต้องรอลุ้นกัน

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2563
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน-ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ – เวสต์บรอมวิช ยังหาชัยชนะไม่เจอเลย แถมฝั่งสเปอร์ ปีนี้ผลงานเกมเยือนดีด้วย ทีมเยือนน่าชนะ
เลสเตอร์ ซิตี้-วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส – เลสเตอร์ ซิตี้ แม้จะอยู่ในช่วงฟอร์มแรง แต่คู่แข่งอย่างวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ไม่ใช่ว่าจะโค่นได้ง่ายๆ เกมนี้อาจจบเจ๊า
แมนเชสเตอร์ ซิตี้-ลิเวอร์พูล รองแชมป์เก่าดวลแข้งแชมป์เก่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล
โดยแมนฯ ซิตี้ลงสนามไปแล้ว 6 นัด ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1 เก็บไปได้ 11 คะแนน ด้านลิเวอร์พูลแข่ง 7 นัด ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 1 มีอยู่ 16 คะแนน
เช็กฟอร์ม 5 นัดหลังรวมทุกรายการ แมนฯ ซิตี้ ชนะปอร์โต 3-1 (ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก : เหย้า), เสมอเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 (พรีเมียร์ลีก : เยือน), ชนะโอลิมปิก มาร์กเซย 3-0 (ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก : เยือน), ชนะเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 1-0 (พรีเมียร์ลีก : เยือน), ชนะโอลิมเปียกอส 3-0 (ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก : เหย้า)
ด้านลิเวอร์พูลชนะอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 (ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก : เยือน), ชนะเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก : เหย้า), ชนะมิดทิลลันด์ 2-0 (ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก : เหย้า), ชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-1 (พรีเมียร์ลีก : เหย้า), ชนะอตาลันตา 5-0 (ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก : เยือน)
สถิติพบกัน 5 ครั้งหลัง แมนฯ ซิตี้ชนะ 2 นัด เสมอกัน 2 นัด ลิเวอร์พูลชนะ 1 นัด การเจอกันในพรีเมียร์ลีกซีซั่นก่อน ลิเวอร์พูลเปิดบ้านชนะ 3-1 และแมนฯ ซิตี้ชนะในถิ่น 4-0
คาดว่าเกมนี้แมนฯ ซิตี้จะจัด กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง, เควิน เดอ บรอยน์ ลงนำทัพ ส่วนทีมเยือนคงใช้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน, โรแบร์โต ฟีร์มิโน ประสานงานกันในแนวรุก
แมนฯ ซิตี้แม้จะเริ่มเครื่องร้อน แต่ดูเหมือนยังไม่เข้าที่เข้าทางดี แถมลิเวอร์พูลเองก็พลิกแพลงการเล่นได้หลากหลาย เชื่อว่าทีมเยือนจะไม่แพ้
อาร์เซนอล-แอสตัน วิลลา – อาร์เซนอลตอนนี้เครื่องเริ่มร้อน ผิดกับแอสตัน วิลลา ที่ออกอาการแผ่วแล้ว เจ้าถิ่นน่าชนะได้
บุนเดสลีกา เยอรมนี
โวล์ฟสบวร์ก-ฮอฟเฟนไฮม์ – โวล์ฟสบวร์กฟอร์มยังฝืดๆ แต่ฝั่งฮอฟเฟนไฮม์ผ่านเกมยุโรปมาคงล้าไม่น้อย เจ้าถิ่นน่าเบียดชนะ
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน-โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัก – ทั้งคู่ศักยภาพใกล้เคียงกัน แถมยังฟอร์มดีเหมือนกันด้วย มองแล้วผลออกได้ทั้ง 3 หน้า แต่โอกาสจบเจ๊ามีมากที่สุด
เซเรีย อา อิตาลี
ลาซิโอ-ยูเวนตุส – “อินทรีฟ้าขาว” ลาซิโอ เปิดสนามสตาดิโอ โอลิมปิโก รับการมาเยือนของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส โดยเตะไป 6 นัดเท่ากัน เจ้าถิ่นมี 10 แต้ม ส่วนทีมเยือนเก็บไป 12 คะแนน
คาดว่าลาซิโอจะใช้งาน เฟลิเป ไคเซโด, ฆัวกิน กอร์เรอา, หลุยส์ อัลเบร์โต ส่วนยูเวนตุสคงนำโดย คริสเตียโน โรนัลโด, อัลบาโร โมราตา, เดยัน คูลูเซฟสกี
ลาซิโอสภาพทีมไม่สมบูรณ์นัก แถมยูเวนตุสก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ทีมเยือนลุ้นบุกชนะได้เลย
อตาลันตา-อินเตอร์ มิลาน – ช่วงหลังฟอร์มของทั้งคู่ดูแผ่วๆ แต่อย่างน้อยอตาลันตาก็เล่นในบ้าน ย่อมได้เปรียบกว่าอินเตอร์ มิลาน เจ้าถิ่นน่าเบียดชนะไหว
เจนัว-โรมา – เจนัวยังอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ ต้องมาเจอโรมาที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง ทีมเยือนน่าบุกเก็บ 3 คะแนน
โตริโน-โครโตเน – โตริโนเริ่มมีลูกฮึดให้เห็นบ้าง ต่างจากโครโตเนที่ยังย่ำแย่เหมือนเดิม เจ้าถิ่นน่าเอาชนะได้
โบโลญญา-นาโปลี – โบโลญญาฟอร์มยังไม่เข้าที่เข้าทางนัก แถมคู่แข่งอย่างนาโปลีก็แกร่งเอาเรื่อง ทีมเยือนมีโอกาสชนะสูงกว่า
เอซี มิลาน-เวโรนา – เอซี มิลานยังทำผลงานในลีกได้ดีต่อเนื่อง ดูแล้วคู่ต่อสู้ระดับเวโรนาคงต้านไม่ไหว เจ้าถิ่นน่าเก็บเพิ่มอีก 3 แต้ม
ลา ลีกา สเปน
บาเลนเซีย-เรอัล มาดริด – “ค้างคาว” บาเลนเซีย เปิดสนามเอสตาดิโอ เด เมสตายา รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เจ้าถิ่นเตะมาแล้ว 8 นัด มีอยู่ 8 คะแนน ส่วนทีมเยือนลงสนาม 7 นัด เก็บได้ 16 คะแนน
เกมนี้บาเลนเซียคงนำโดย มักซี โกเมซ, กอนซาโล เกเดส, ยูนุส มูซาห์ ส่วนมาดริดน่าจะส่ง คาริม เบนเซมา, เอเดน อาซาร์, มาร์โก อเซนซิโอ ลงสนาม
บาเลนเซียตอนนี้ฟอร์มไม่ดีเลย แม้มาดริดจะยังไม่เข้าที่เข้าทางนัก แต่ทีมเยือนน่าเบียดชนะไหว