ช้างศึก ทำได้ เรียงหน้ายิง ไล่ถล่มมาเลเซียไปแบบสนุกฝั่งเดียว ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับทีมชาติเวียดนาม ศึกอาเซียนคัพ
การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อิเลคทริค คัพ 2022” เมื่อวันที่ 10 ม.ค.65 เป็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2ที่สนามกีฬา ม.ธรรมศาสตร์ ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย แชมป์เก่า 6 สมัย พบกับ “เสือเหลือง” มาเลเซีย แชมป์ 1 สมัย

สำหรับเกมรอบรองชนะเลิศ นัดแรก ทีมชาติไทยบุกไปพ่าย มาเลเซีย ที่สนามบูกิตจาลิล ประเทศมาเลเซีย 0-1 เกมนี้ทีมชาติไทยไม่มีทางเลือก นอกจากต้องเอาชนะมากกว่า 2 ประตูขึ้นไป จึงจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต่อไปได้สำเร็จ หากชนะ 1-0 จะต้องต่อเวลาพิเศษ แต่ถ้าหากเสมอ หรือแพ้จะตกรอบทันที
เกมนี้ มาโน่ โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย จัดผู้เล่นมาในระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล : ศุภนันท์ บุรีรัตน์, พรรษา เหมวิบูลย์, กฤษดา กาแมน, ศศลักษณ์ ไหประโคน : ธีราทร บุญมาทัน, สารัช อยู่เย็น : เอกนิษฐ์ ปัญญา, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, บดินทร์ ผาลา โดยมี ธีรศิลป์ แดงดา ยืนเป็นหน้าตัวเป้า
เปิดฉากเริ่มเกมทีมชาติเปิดเปิดหน้าบุกทันที นาทีที่ 12 เอกนิษฐ์ ปัญญา ริมเส้นทางขวา ก่อนจะพลิกกระชากหนึ่งจัวหวะแล้วเปิดโด่งไปกล่งประตู บอลเกือบจะถึง ธีรศิลป์ แดงดา ทว่าแนวรับมาเลย์ ยังโหม่งสกัดบอลเลยเสาไกลออกหลังไปได้ ถักมา2นาที ทีมชาติไทยได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะฟรีคิกกลางประตู ธีราทร บุญมาทัน วิ่งเข้ามาปั่นบอลข้ามกำแพงแต่เบาและยังไปตรงตัวผู้รักษาประตูมาเลเซียรับไว้ได้สบาย

ช้างศึก ยังครองบอลได้มากกว่าชัดเจน และบุกเข้าทำได้อย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 17 บดินทร์ ผาลา หลุดเข้าไปในเขตโทษ และได้ยิงเต็มข้อ บอลพุ่งตรงกรอบ แต่ยังไม่ผ่านมือผู้รักษาประตูมาเลเซีย
จากนั้นนาทีที่ 19 ไทยบุกขึ้นมา บดินทร์ ผาลา จ่ายบอลออกไปริมเส้นฝั่งซ้ายมาถึง ธีราทร บุญมาทัน วิ่งเติมขึ้นมาบรรจงเปิดบอลโด่งไปกลางประตู ธีรศิลป์ แดงดา โฉบมาโหม่งส่งบอลเข้าประตูให้ทีมชาติไทยออกนำ 1-0
- แฟนบอลไทยแห่ชมช้างศึก ดวลมาเลย์ ตั๋วผีหน้าสนามราคาพุ่ง!
- เปิดสถิติ ช้างศึก ก่อนเปิดบ้านรับ มาเลเซีย ศึกอาเซียนคัพ เย็นนี้
- เวียดนาม ต้อน อินโดนีเซีย ทะลุชิงลุ้นแชมป์บอลอาเซียน สมัย 3
จากนั้นเกมเริ่มกลับมาสูสี ช้างศึก เมื่อได้สกอร์ออกนำก็ไม่ได้เร่งเกมมากนัก สุดท้ายครบ45 นาทีแรก ทีมชาติไทย ยังนำ มาเลเซีย 1-0
ครึ่งหลังทีมชาติไทยแก้เกมด้วยการส่ง อดิศักดิ์ ไกรษร ลงสนามมายืนเป็นหน้าเป้าแทน ธีรศิลป์ แดงดา ที่มีอาการบาดเจ็บ นาทีที่ 51 ได้ลุ้นประตูในจังหวะ อดิศักดิ์ หลุดกับดัดล้ำหน้า ก่อนจะจ่ายตัดเข้าไปในเขตโทษ เอกนิษฐ์ ปัญญา วิ่งเข้ามาไม่ถึง บอลเลยเสาไกลออกไป

นาทีที่ 55 แฟนบอลไทยในสนาม ม.ธรรมศาสตร์ ได้เฮอีกครั้ง ในจังหวะ เอกนิษฐ์ ปัญญา ได้บอลในเขตโทษ ก่อนจะจ่ายเรียกเข้าไปกลางประตู บดินทร์ ผาลา ได้ยิงเน้นๆ ส่งบอลเข้าประตูให้ทีมชาติไทย ขยับหนี 2-0
หลังเสียประตูที่สอง มาเลเซีย เริ่มเร่งเกมบุก นาทีที่ 59 ธีราทร ไปพลาดถูก ไฟซาล ฮาลิม ฉกบอลมาได้ ก่อนเจ้าตัวจะกระชากบอลขึ้นมายิง แต่กดไม่ลงบอลเหินข้ามคานออกหลังไป จากนั้นไทยเริ่มดึงเกมช้า เน้นครองบอล
นาทีที่ 70 ทีมชาติไทยบุกขึ้นมา ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ได้บอลกระชากหลุดขึ้นมาทางขวา ก่อนจะจ่ายตัดเข้ากลางประตู อดิศักดิ์ ไกรษร พุ่งชาร์ตแต่โดนไม่ดี บอลไหลไปชนเสาไหลกลับมาเข้าทางได้ซ้ำดาบสองส่งบอลเข้าประตูให้ทีมชาติไทยขยับหนี 3-0

จากนั้นเกมเริ่มเดือดมากขึ้นเมื่อผู้เล่นของมาเลเซียเริ่มเน้นเข้าบอลหนักตามอารมณ์ของเกม โดยที่แข้งไทยพยายามฟ้องผู้ตัดสินโมฮัมหมัด ตูมาห์ มาคาดเมห์ ชาวจอร์แดน ซึ่งก็ยังคุมเกมได้ดี และแจกใบเหลืองเพื่อระงับอารมณ์ไปหลายคน สุดม้ายไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม ช้างศึก ทีมชาติไทย เอาชนะ มาเลเซีย 3-0 สกอร์รวม 3-1 ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
สำหรับรอบชิงชนะเลิศ ช้างศึก ทีมชาติไทยจะบุกไปเยือน เวียดนาม ก่อนที่มีดินห์ สเตเดียม ในวันที่ 13 ม.ค.66 เวลา 19.30 น. ก่อนจะกลับมาเตะที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ในวันที่ 16 ม.ค.66 เวลา 19.30 น.