เมื่อวันที่ 11 ต.ค. พ.ต.หญิง อุดมพร พลศักดิ์ หรือ น้องอร สู้โว้ย อดีตนักยกน้ำหนักหญิงคนแรกของประเทศไทยที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกครั้งที่ 28 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีช เมื่อปี พ.ศ. 2547 รุ่นไม่เกิน 53 กิโลกรัม โดยปัจจุบันน้องอรรับราชการทหาร ตำแหน่งนายทหารประจำแผนกประวัติบำเหน็จบำนาญ ช่วยราชการกองยุทธการ มลฑลทหารบกที่ 21 ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 และได้นำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเข้าเฝ้าถวายเหรียญทองโอลิมปิก เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2547 โดยนำเงินรางวัลที่ได้รับจากการคว้าเหรียญทองโอลิมปิก กว่า 20 ล้านบาท มาสร้างหอพักขนาด 3 ชั้น 30 ห้อง ตั้งอยู่เลขที่ 218/2 ซ.มหาชัยอุดมพร ถ.สุรนารายณ์ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา

น้องอร เล่าถึงนาทีที่ชนะคู่แข่งและคว้าเหรียญทองโอลิมปิกว่า ตนเล่นกีฬายกน้ำหนักตั้งแต่อายุ 13 ปี ความหวังสูงสุดของนักกีฬาทุกคนคือการคว้าเหรียญโอลิมปิก และตนก็มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งตอนนั้นไม่ได้ตั้งความหวังไว้มาก เพราะหากตนคว้าเหรียญได้ก็ถือว่าดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร และถือว่าการได้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกคือการประสบความสำเร็จในชีวิต ได้ทำเพื่อชาติเพื่อประเทศไทย

น้องอร เล่าต่อว่า ในวินาทีที่คว้าเหรียญมาได้ ตนมุ่งมั่นตั้งใจไว้แล้วว่าจะถวายเหรียญให้กับสมเด็จพระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากตอนนั้นเป็นวันที่ 15 ส.ค. ซึ่งอยู่ในช่วงวันแม่พอดี ซึ่งก่อนที่จะลงจากเครื่องบินสู่ผืนแผ่นดินไทย สมเด็จพระราชินีและในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงนำพวงมาลัยมาคล้องคอให้ รู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างมาก และเมื่อกลับมาถึงประเทศไทยได้ไม่นานในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านทรงตรัสผ่านทางรัฐบาลมาว่าให้ตนและนักกีฬาคนอื่น ๆ เข้าเฝ้าที่วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคิรีขันธ์

“ตนรู้ตื่นเต้นอย่างมาก และมีโอกาสได้พาครอบครัวเข้าเฝ้าด้วย วินาทีนั้นตนได้นั่งต่อหน้าพระพักตร์ ท่านทรงสอนให้เรารู้จักพอเพียง รู้จักมัธยัสถ์ รู้จักเก็บออม รู้จักรักษาความดี รู้จักรักษาสิ่งที่เราได้มาซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของเราและประเทศชาติ และท่านยังทรงตรัสอีกว่าได้ทอดพระเนตรกับคุณทองแดงขณะตนกำลังแข่งขัน วินาทีที่คว้าเหรียญมาได้ท่านทรงพระโสมนัสและคุณทองแดงก็ดีใจด้วย” น้องอร กล่าว

น้องอร กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกปลาบปลื้มใจในวันนั้นอย่างมาก ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ได้มีโอกาสทำเพื่อประเทศไทย และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเปรียบเสมือนกับศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ น้อยคนนักที่จะได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด โดยเราได้มีโอกาสในครั้งนั้น ถือว่าเป็นเกียรติประวัติแก่ครอบครัว เป็นความภาคภูมิใจ คือจุดสูงสุดในชีวิตอีกครั้งหนึ่ง และตนรักในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างไม่มีข้อแม้


“พระองค์ท่านสอนมาตลอด สอนมาตั้งแต่เราเด็ก ๆ แต่เราก็ยังจำความไม่ได้ แต่สิ่งที่ดำเนินตามรอยพระองค์ท่านคือท่านได้สอนให้เรา คิดดี ทำดี พูดดี ทำอะไรเพื่อตอบแทนสังคม เพื่อแผ่นดิน เพื่อที่จะได้มีผืนแผ่นดินของประเทศไทยอยู่ได้นาน ๆ ซึ่งท่านได้ตรัสถึงความพอเพียงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน ถ้าเรามีความพอเพียง พอใจ พอดี เราก็จะมีความสุขในชีวิตประจำวันโดยที่ไม่ต้องทุกข์ ไม่ต้องไขว่คว้าอะไรมากมาย” พ.ต.หญิง อุดมพร กล่าว

น้องอร กล่าวด้วยว่า สิ่งหนึ่งที่เราได้รับมาจากการแข่งขันก็คือเงินรางวัล พระองค์ท่านทรงตรัสว่า สิ่งที่เราได้มาเรารู้จักคุณค่าของมัน เราต้องใช้ ต้องมีสมองที่จะคิด ที่จะทำ เอาคำสอนของพระองค์ท่านมาสร้างเป็นหอพัก มาเลี้ยงครอบครัวให้อยู่ดีกินดีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน