เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 26 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบริเวณถ.ราชดำเนินกลาง ช่วงอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ประชาชนจำนวนมากที่มุ่งหน้าสู่สนามหลวง เพื่อร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผ่านจุดคัดกรองพื้นที่ชั้นในที่ 4 พระแม่ธรณีบีบมวยผม ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ตกค้างไม่สามารถเข้าร่วมได้ จึงปูผ้าพลาสติกจับจองพื้นที่ตลอดสองฝั่งถ.ราชดำเนิน ต่างตื่นแต่เช้า อาศัยร้านค้าโดยรอบทำธุระส่วนตัว ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพบรรยากาศ เตรียมพร้อมน้อมถวายความอาลัยในวันประวัติศาสตร์ของปวงชนชาวไทย
ขณะเดียวกันก็มีประชาชนทยอยเดินเท้าเข้าทางแยกวิสุทธิ์กษัตริย์ แยกสะพานวันชาติ มุ่งหน้าถ.ดินสอ ผ่านจุดตรวจอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยเข้ามายังบริเวณถ.ราชดำเนินกลางอย่างต่อเนื่อง ด้านเจ้าหน้าที่และจิตอาสา ต่างคอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่ มีประชาชนจำนวนหนึ่งร่วมนำน้ำและกาแฟมาแจกจ่าย ส่วนบรรยากาศเต็มไปด้วยความอาลัย แม้อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ต่างก็รอคอยพระราชพิธีด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ
สำหรับบริเวณสี่มุมสนามหลวง ตรงกองสลากเดิม 1 ใน 9 พระเมรุมาศจำลอง ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ที่มารอร่วมถวายดอกไม้จันทน์แสดงความอาลัยตามเวลาที่กำหนดไว้
นายสาย สมัครนิล ชายชราวัย 81 ปี ชาวกรุงเทพฯ กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่ย่านจรัญสนิทวงศ์ ประกอบอาชีพคนสวนบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งการเดินทางมาในครั้งนี้เป็นการเดินเท้ามาคนเดียวจากพาต้า ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า ตั้งแต่เวลา 22.00 น.ของวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตนค่อย ๆ เดินผ่านผู้คนจำนวนมาก จนมาถึงหน้ากองสลากเมื่อเวลา 02.00 น. ไม่ได้นอน อาศัยนั่งบ้างยืนบ้าง เตรียมแบนด์มาหนึ่งขวดเผื่อไว้ดื่มในตอนเช้า
นายสาย กล่าวต่อว่า ตั้งใจเข้าร่วมถวายดอกไม้จันทน์ที่พระเมรุมาศ ตรงสี่มุมสนามหลวงกองสลาก เพื่อแสดงความอาลัยถึงพระองค์ท่าน ระหว่างทางมีโอกาสพบผู้หญิงคนหนึ่งมอบพระบรมฉายาลักษณ์ให้ เพื่อไว้ระลึกถึงพระพงค์ ตนจึงเก็บติดตัวไว้ เตรียมนำมาอุ้มเมื่อถึงช่วงพิธีการ
“รู้สึกตื้นตันปลาบปลื้มและภูมิใจมากที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานพระราชพิธีสำคัญในวันนี้ ตลอดชีวิต 81 ปี ไม่เคยได้เห็นพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด มีแต่เห็นผ่านโทรทัศน์ นับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 2559 ได้เดินทางเข้าสักการระพระบรมศพแล้ว 2 ครั้ง ทราบประวัติของพระองค์ท่านว่า ทรงครองราชย์ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ทั้งยังต้องกลับไปศึกษาต่อในต่างประเทศที่สมเด็จย่าท่านว่าอากาศดี พระองค์ท่านคือพระมหากษัตริย์ที่น่าอัศจรรย์ ผมคนบ้านนอกรู้สึกทราบซึ้งทุกครั้งที่เห็นพระองค์ทรงงานหนักทั้งประเทศ ทั้งเหนือ อีสานใต้มาโดยตลอด ทุกครั้งที่เห็นพระองค์ท่าน ภาษาชาวบ้านเรียกว่า อุ้มแต่แผนที่ทุกครั้งไป” นายสาย กล่าวทั้งน้ำตา



