เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 ต.ค. ที่พระเมรุมาศจำลอง บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือลานย่าโม จ.นครราชสีมา ประชาชนจำนวนมากรอเข้าแถวเพื่อผ่านจุดคัดกรองเข้าสู่พระเมรุมาศจำลอง เพื่อวางดอกไม้จันทน์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ท่ามกลางสภาพอากาศแดดร้อนจัด แต่ทุกคนก็ไม่ท้อถอย โดยมีจิตอาสาเฉพาะกิจในพื้นที่อ.เมืองนครราชสีมา กว่า 25,000 คน คอยอำนวยความสะดวกด้านอาหาร และจุดรักษาพยาบาล เนื่องจากมีผู้สูงอายุมาเข้าแถวรอกันเป็นจำนวนมาก หลายคนยังได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในพระอิริยาบถต่างๆ ติดตัวมาด้วย
นางสนัด ดีจันทึก อายุ 72 ปี ชาว ต.โคกสูง อ.เมือง จ.นครราชสีมา หนึ่งในประชาชนที่มายืนเข้าแถวรอครั้งนี้ กล่าวว่า เดินทางมาตั้งแต่เวลา 05.00 น. โดยมากับคณะของเพื่อนบ้านใน ต.โคกสูง 2 คันรถบัส และปักหลักรอในพื้นที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ก่อนจะมาเข้าแถวรอกับประชาชนจำนวนมาก และเวลา 11.30 น. เพิ่งได้เข้าแถวใกล้จุดคัดกรอง ซึ่งไม่รู้สึกท้อแท้ เพราะพระองค์ทรงเหนื่อยกว่าเราเยอะมาก
“ตั้งแต่พระองค์เสด็จสวรรคต รู้สึกเศร้าโศกเสียใจมาก และคิดถึงพระองค์ท่านตลอดมา ดังนั้น วันนี้จึงมีความตั้งใจจะมาส่งพระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย และจะปฏิบัติตนเป็นคนดีของพระราชาตลอดไป” นางสนัด กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้น
ด้านนายสุพจน์ สุวรรณศรี อายุ 63 ปี ข้าราชการบำนาญกรมชลประทาน ชาว อ.เมืองนครราชสีมา กล่าวว่า วันนี้เห็นชาวโคราชมารอกันจำนวนมาก รู้สึกได้ถึงความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทยที่มีต่อพระองค์ท่าน แม้ว่าจะต้องให้ยืนรออีกหลายชั่วโมง ก็เทียบไม่ได้กับที่พระองค์ได้ทำให้ประชาชนชาวไทย ครั้งนี้ตนจึงตั้งใจมาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อน้อมส่งพระองค์สู่สวรรคาลัย
น.ส.พรภักดิ์ บำรุงเกาะ อายุ 20 ปี นักศึกษาปีที่ 2 คณะคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า ในฐานะเยาวชนคนรุ่นใหม่ เกิดมาก็ได้เห็นภาพพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่สร้างไว้แล้วหลายอย่าง เช่น การสร้างเขื่อน เพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีน้ำกินน้ำใช้ และพระองค์ท่านยังนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาให้ชาวไทยได้ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึ่งตนเองก็จะนำคำสั่งสอนของพระองค์ท่านไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป




