งานปีใหม่ในค่ายกะเหรี่ยง ชมวิถีชาติพันธุ์-แม่น้ำเมยสองฝั่ง

งานปีใหม่ในค่ายกะเหรี่ยง ชมวิถีชาติพันธุ์-แม่น้ำเมยสองฝั่ง 

โดย ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

งานปีใหม่ในค่ายกะเหรี่ยง ชมวิถีชาติพันธุ์-แม่น้ำเมยสองฝั่ง : หลากหลาย – เรือหางยาวลำโตพาทั้งคนไทยและคนกะเหรี่ยงข้ามแม่น้ำเมยจากฝั่งไทยไปยังเขตยึดครองของ กองทัพพิทักษ์กะเหรี่ยงแห่งชาติ (KAREN NATIONAL DEFEND ORGANIZATION-KNDO) เพื่อไปร่วมงานปีใหม่ ที่กองพล 7 ตรงข้าม อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยมี พล.ต.เนอดา เมียะ ลูกชาย นายพลโบเมียะ อดีตประธานาธิบดีรัฐกะเหรี่ยง เคเอ็นยู ผู้บัญชาการทหาร เป็นประธานในพิธี

งานปีใหม่ในค่ายกะเหรี่ยง ชมวิถีชาติพันธุ์
เรือขึ้นจากฝั่งไทยไปกองพล 7

มีทหารและชาวกะเหรี่ยงทั้งจากเมียนมา ไทย และชาวต่างชาติ พร้อมด้วยกะเหรี่ยงที่อพยพไปยังประเทศที่สาม เข้าร่วมประมาณ 1,000 คน เป็นงานที่ผู้คนร่วมใจกันสวมเสื้อกะเหรี่ยงหลากสีสัน

ค่ายในบริเวณป่าของภาคเหนือ ในอดีตช่วงเดือนมกราคมอากาศจะหนาวยะเยือก แต่ตอนนี้ร้อนจนหลายคนบ่นอุบ แม้จะร้อนไม่มากเท่าหน้าร้อน แต่ก็ทำให้ทุกคน “เหงื่อตก” ท่ามกลางหาดทรายของแม่น้ำเมยที่ไหลจากทิศใต้ไปเหนือเพื่อร่วมกับแม่น้ำสาละวินที่ไหลละลายหิมะมาจากทิเบต

งานปีใหม่ในค่ายกะเหรี่ยง ชมวิถีชาติพันธุ์
วิวสวยแม่น้ำเมยใน อ.ท่าสองยาง

นักข่าวไทย 5 คน ได้พักในที่ที่มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำ แม้ไม่ทันสมัยหรือไฮเทคเหมือนในเมือง แต่ก็มีน้ำเย็นๆ อาบ ประเภทขันแรกต้องร้องจ๊าก เพราะความเย็นจัดของน้ำเมยที่สูบขึ้นมาอาบ

การมาเยือนครั้งนี้ มีแม่งานต้อนรับคือ พอคีล่ะ หรือ ธิดา จินดาไพลิน ภรรยาของ พล.ต.เนอดา เมียะ ซึ่งเคยได้รับตำแหน่งธิดากะเหรี่ยงอำเภออุ้มผาง ปี 2539 แม้ปัจจุบันมีลูกแล้วถึง 3 คน แต่ความงามในอดีตก็ยังคงฉายแววให้เห็น ส่วนลูกสาว 3 คนที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นก็สวยตามคุณแม่ ลูกสาวคนที่สองบอกว่าตั้งใจจะเรียนหมอเพื่อมาช่วยงานพี่น้องในกองกำลัง

งานปีใหม่ในค่ายกะเหรี่ยง ชมวิถีชาติพันธุ์
พล.ต.เนอดา เมียะ และภรรยา กับทหารหญิง

พอคีล่ะจัดให้ทหารพานักข่าวไปเยี่ยมชมภายในค่ายอันกว้างใหญ่ มีหลุมฝังศพของนายพลโบเมียะและลูกชาย 2 คนที่เสียชีวิต เพื่อให้ลูกหลานได้มารำลึกถึงความกล้าหาญและเสียสละของผู้นำ

ในค่ายมีเรือนนอนทหารอยู่หลายแห่ง มีลานสำหรับฝึก มี โรงอาหาร และมีห้องน้ำที่สะอาดสะอ้านพอสมควร

เจ้าหมีควายตัวใหญ่ 2 ตัว ที่ทหารเลี้ยงมันมาตั้งแต่ยังเล็กออกอาการกระตือรือร้น คาดว่ามันคงคิดว่าผู้มาเยือนจะมีอาหารมาให้ แต่มันคงผิดหวังไปเพราะไม่มีใครถือผลไม้หรืออาหารการกินติดไม้ติดมืออะไรไปเลย

งานปีใหม่ในค่ายกะเหรี่ยง ชมวิถีชาติพันธุ์
ทหารสวนสนามฉลองวันปีใหม่

ระหว่างนี้สังเกตได้ว่า มีทหารมาจากค่ายอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นเพื่อเข้าร่วมงานสวนสนามในวันปีใหม่ของกลุ่ม เช่นเดียวกับผู้ลี้ภัยที่ไปอยู่ในประเทศโลกตะวันตกก็มาเยี่ยมเยือนค่ายอพยพดั้งเดิมที่ฝั่งไทย และข้ามมาเยือนค่ายเพื่อนร่วมเชื้อสายเดียวกัน

ทหารบางคนตัดผมให้ดูเรียบร้อยเพื่อจะได้ไปร่วมงานสวนสนามในวันรุ่งขึ้น เหล่าช่างภาพพร้อมใจกันไปถ่ายรูปที่นั่งชมวิวริมฝั่งเมยของกองกำลัง เพราะมุมฝั่งนี้เมื่อถ่ายกดลงจะสวยกว่าฝั่งไทยซึ่งต่ำกว่ามาก

ในค่ายยังมีถ้ำเล็กๆ ให้คนลอดเข้าไปแล้วไปโผล่อีกฝั่งหนึ่ง แต่สำหรับคนตัวใหญ่แล้วลอดยาก ต้องใช้วิธีคลานเข้าไป เลยมีหลายคนสมัครใจยืนอยู่ปากถ้ำเฉยๆ มองออกไปเห็นแม่น้ำเมยสองฝั่ง เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามจนทำให้คิดไปไกลว่านี่ถ้าไม่มีสงครามระหว่างกัน ที่นี่เหมาะจะเป็นรีสอร์ตที่ผู้คนอยากจะมาพักผ่อนหย่อนใจ มาสูดอากาศบริสุทธิ์ เพราะเป็นโลเกชั่นที่สุดยอดจริงๆ ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง เหมือนสาวบริสุทธิ์อย่างไรอย่างนั้น

งานปีใหม่ในค่ายกะเหรี่ยง ชมวิถีชาติพันธุ์
ผู้เฒ่ากะเหรี่ยงในค่าย

ก่อนพลบค่ำ ทางค่ายต้อนรับผู้มาเยือนด้วยอาหารแบบบุฟเฟต์ ใครมาก็ตักกินได้เลย โดยมีเด็กนักเรียนของค่าย คอยอำนวยความสะดวก อาหารมีทั้งเนื้อ ไก่และแพะ แต่ไม่มีหมูเลย เพราะเป็นคริสเตียนที่ไม่กินหมู

ฝีมือแม่ครัวถือว่าไม่เบาเพราะต้มยำทำแกงหม้อใหญ่ๆ ให้แขกทำได้อร่อยก็ถือว่าสุดยอด โดยมีพอคีล่ะเป็นแม่งานใหญ่และจัดแจง ทุกสิ่งทุกอย่าง ก่อนร่วมชมงานยามค่ำคืน โดยตอนเที่ยงคืนมีการยิงพลุดังลั่นสนั่นหุบเขา

สาวกะเหรี่ยงรำในงาน

รุ่งเช้ามีเวลาได้เดินถ่ายรูปสาวๆ ในชุดกะเหรี่ยง ทั้งสาวและหนุ่มน้อยทั้งหลายที่มาร่วมงาน ทั้งมาจากฝั่งไทยและมาจากฝั่งพม่า ส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัว

ผู้มาร่วมงานมีทั้งผู้บังคับหน่วยกองกำลังที่มาเป็นแขก และชาวต่างชาติที่เป็นตัวแทน มีทั้งผู้แทนกะเหรี่ยงที่อพยพไปอยู่แคนาดา ออสเตรเลียและที่อื่นๆ

งานจบลงด้วยการแสดงร้องรำทำเพลงแบบสนุกสนาน และการทำพิธีบูชาข้าวใหม่

งานปีใหม่ในค่ายกะเหรี่ยง ชมวิถีชาติพันธุ์
พระชายกลาง อภิญาโณ แจกของเล่นเด็ก

พร้อมกันนั้น “พระชายกลาง อภิญาโณ” ประธานมูลนิธิสหชาติ และคณะ นำตุ๊กตาและของเล่นเด็กทั้งของใหม่และมือสองไปแจก บรรดาหนูๆ ในค่าย ซึ่งมีหลายสิบชีวิต เด็กๆ ดีใจกันมาก สีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

อย่างที่เกริ่นไปว่างานนี้มีชาวต่างชาติมาร่วมงานหลายคน รวมถึง ดร.จิม บาร์นฮาร์ต ชาวอเมริกัน อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศจีน เคยสอนที่มหาวิทยาลัยในบ้านเรามาหลายปี เล่าว่า เพิ่งมางานปีใหม่กะเหรี่ยงที่นี่เป็นปีแรก ทำให้ได้มาเห็นการแต่งตัว และความเป็นอยู่ของนักเรียนและคนในค่ายนี้ สำหรับปัญหาความขัดแย้งระหว่างพม่ากับกะเหรี่ยงนั้น คาดเดาไม่ได้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ และตอนนี้ก็มีปัญหาเรื่องโรฮิงยาอีก ซึ่งอยู่ในขั้นวิกฤต

งานปีใหม่ในค่ายกะเหรี่ยง ชมวิถีชาติพันธุ์
กะเหรี่ยงในไทย-พม่าและนายเควิน ลาชาเพล

ส่วน เควิน ลาชาเพล ชาวอเมริกันอีกคนที่มาร่วมงานปีใหม่ของกะเหรี่ยงเป็นปีที่ 6 แล้ว กล่าวว่า ชาวกะเหรี่ยงอยากได้อิสรภาพและการใช้ชีวิตที่ปกติสุข ที่ผ่านมาพม่าบอกหยุดยิง แต่ไม่ได้ทำอย่างที่พูด เป็นคนที่เชื่อถือไม่ได้ ตอนนี้กะเหรี่ยงแตกกันเป็น 4-5 กลุ่ม จึงอยากให้กะเหรี่ยงมาร่วมมือกัน ปีนี้เป็นปีที่ 70 ของขบวนการต่อสู้เพื่อการปฏิวัติของชนชาติกะเหรี่ยง พวกเขาต่อสู้เพื่อเอกราชและดินแดนมายาวนาน ยังไม่รู้ว่าอีกกี่ปีจึงจะได้ดินแดนปกครองตัวเองตามที่ตั้งใจไว้ แต่น่าเชื่อว่า สหพันธรัฐน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของปัญหาความขัดแย้งในเมียนมา ประเทศที่มีหลากหลายชาติพันธุ์

ดังนั้นคงต้องเอาใจช่วยกันต่อไปในฐานะคนบ้านใกล้เรือนเคียง

บทความก่อนหน้านี้จะให้ทำไง! คาร์ดิฟฟ์ โอดพรีเมียร์ลีกไม่เลื่อนเส้นตายตลาดแข้ง แม้เจอเรื่องซาลาหาย
บทความถัดไปหมดหวัง? ทีมค้นหาเครื่องบิน ซาลา ประกาศยุติภารกิจแล้ว หลังไม่เจอแม้แต่ร่องรอย