คร่ำหวอดอยู่ในวงการแสดงมากว่า 30 ปี สำหรับนักแสดงมากฝีมือ ‘ทราย’ อินทิรา เจริญปุระ ล่าสุดมีผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่อง “กิ่งแก้ว” ผลงานที่อ้างอิงจากคดีจริงอันโด่งดังในอดีตของนักโทษประหารหญิงของประเทศไทย ‘กิ่งแก้ว ลอสูงเนิน’ มาฝาก

โดยเจ้าตัวได้มาเปิดใจถึงการแสดงภาพยนตร์เรื่อง “กิ่งแก้ว” และการอยู่โยงวงการบันเทิงโดยไม่คิดเกษียณตัวเอง

อาทิตย์ใส

เป็นอย่างไรกับ “กิ่งแก้ว” ที่กลับมารับบทนำอีกครั้ง?

ทราย – “เราจัดประเภทของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็น หนังผี แน่นอนต้องมีประวัติศาสตร์และบริบทบางอย่างอยู่ด้วย ขอออกตัวก่อนว่า ทรายไม่ได้มองว่ากิ่งแก้วเป็นคนขาวสะอาด 100% แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับทราย จากการย้อนกลับไปอ่านข้อมูล คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญมากในยุคนั้น จนมีคำสั่งตรงว่าให้ประหารชีวิตผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยไม่ผ่านกระบวนการศาลชั้นต้น อุทธรณ์ หรือฎีกา

อาทิตย์ใส

อีกประเด็นคือ ตัวกิ่งแก้วมีประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เป็นจุดที่น่าสนใจมาก เพราะแม้แต่ในปัจจุบัน เรื่องโทษประหารชีวิตก็ยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ ตัวทรายเองไม่ได้มองว่าเขาไม่ผิด เพียงแต่รู้สึกว่าสัดส่วนของการกระทำผิดกับโทษที่ได้รับ รวมถึงข้อเท็จจริงที่สังคมควรได้รับรู้ ยังมีพื้นที่ให้ตั้งคำถามอยู่

ในมุมของเขา อาจต้องตอบคำถามให้ดูดีกับตัวเองไปก่อน แต่ถ้าเราได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง มันอาจช่วยให้สังคมได้เอาไปปรับใช้ เพราะหลายครั้ง เวลาเกิดคดีร้ายแรง เราได้ฟังปากคำของผู้ต้องหาหรือผู้ก่อเหตุ แล้วเอามาเรียนรู้ต่อยอดในเชิงสังคม แต่กรณีนี้เหมือนทุกอย่างถูกรวบรัดไปหมด เขาเคยมีโอกาสได้อธิบายได้พูดในสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ อย่างครบถ้วนหรือไม่

และยิ่งเมื่อ 50 ปีก่อน ถ้ามีประวัติการรักษาทางจิตเวช อาการมันต้องชัดเจนมาก ถ้ามีการส่งไปรักษา ตรงนี้ทรายคิดว่า แม้จะไม่รู้ว่าผิดมากผิดน้อยแค่ไหน แต่เมื่อมีจุดนี้ มันช่วยกำหนดเส้นทางของตัวละครได้ชัดเจนขึ้น

อาทิตย์ใส

ทุกคนย่อมมีสิ่งที่อยากพูดอยากอธิบาย ไม่ว่าจะผิดหรือไม่ผิด ตรงนี้ทรายมองว่ามันมีทั้งความรู้สึกผิดและความรู้สึกแค้นปะปนกัน ผิดก็คือผิด แต่การที่ไม่มีใครฟัง มันฝังอยู่ในใจ ด้วยเหตุนี้ ตัวละครอื่นๆ จึงถูกเติมเข้ามาในโครงเรื่องของภาพยนตร์ เรื่องราวจะเริ่มก่อนเกิดเหตุเพียงเล็กน้อย และดำเนินต่อไปหลังจากนั้น โดยมีตัวละครที่เพิ่มเข้ามาอย่าง สายป่าน อภิญญา และ กัน นภัทร เพื่อเพิ่มปมและแรงปะทะในเรื่อง

ทรายทำการบ้านของตัวเอง ศึกษาประวัติมา แล้วเอาไอเดียไปคุยกับผู้กำกับฯว่าแนวทางประมาณนี้ได้ไหม ซึ่งผู้กำกับฯก็เห็นด้วย เลยซื้อไอเดียนี้ร่วมกัน”

อาทิตย์ใส

ความยากของบทนี้คืออะไร?

ทราย – “ยากไปหมด ตั้งแต่การฟังคำตัดสิน จนเดินไปร้านอาหาร เพราะมันไม่ใช่ประสบการณ์ที่เราจะไปหาข้อมูลจริงๆ ได้ง่ายๆ มันหนักทางใจมาก

เวลาทรายทำงาน จะแยกเป็นสองร่าง คือมีตัวละครอยู่ในฉาก และอีกส่วนหนึ่งถอยออกมาเป็นผู้สังเกตการณ์ วิธีนี้ช่วยปกป้องสภาพจิตใจ แต่ถึงอย่างนั้น การที่ต้องฟังคนตัดสินโทษเรา หรือการถูกลากไปประหาร ต่อให้แกร่งแค่ไหน ใจก็ยังบางอยู่ดี

อาทิตย์ใส

ตอนถ่ายทำ เราไปถ่ายกันที่เรือนจำจังหวัดเพชรบุรีจริงๆ มีทั้งประตูด้านนอก ประตูด้านใน บรรยากาศกดดันมาก ตัวทรายเองแอบนอยด์ ร้อนก็ร้อน สภาพแวดล้อมก็สาหัส แต่เราจะรู้จากบทล่วงหน้าว่าซีนไหนต้องใช้พลังเยอะก็เตรียมใจไว้ ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกหนัก ต้องคอยบอกตัวเองว่าอย่าจม อย่าเอาตัวเองเข้าไปแทนที่ตัวละคร มองตัวเองเป็นเหมือนผู้สำรวจชีวิต แต่การไม่จมไม่ได้หมายความว่าไม่อิน เพราะบรรยากาศทุกอย่างมันพาไปหมด”

พูดถึงฉากประหาร?

ทราย – “เป็นฉากที่ยากมาก ตามมาตรฐานการประหาร เขาจะมีแพตเทิร์นชัดเจนว่าต้องยืนตรงไหน ผูกยังไง เล็งยังไง แต่กรณีกิ่งแก้ว หัวใจเขาอยู่เยื้องขวา ทำให้การยิงครั้งแรกไม่เสียชีวิต ต้องมีการยิงซ้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่สาหัสมาก

ส่วนที่เหลือของหนัง เป็นความบันเทิงในแบบเรา ทรายสนุกกับการคิดว่าจะหลอกตัวละครแต่ละตัวยังไง ซึ่งผู้กำกับฯวางมาแล้วว่าคนนี้ต้องโดนแบบไหน คนนี้ต้องเจออะไร ทรายสนุกทั้งในมุมของการเป็นผี และในมุมของคนที่เจอผี เพราะแต่ละเรื่องมันแตกต่างกัน กิ่งแก้วจะไม่หลอกคนไปทั่ว แต่จะล็อกเป้าเฉพาะคนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น”

อาทิตย์ใส

ชอบฉากไหน?

ทราย – “ในเรื่อง ตัวละครของสายป่านจะเป็นคนเดียวที่สู้กิ่งแก้วกลับ เป็นซีนสนุกมาก นางไม่ยอม ซึ่งทรายชอบมาก อีกฉากที่ชอบคือฉากในไร่มันสำปะหลัง ที่ลพบุรี โลเกชั่นสวยและแปลกตา

ส่วนการทำงานกับพี่กันสนุกมาก เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงาน พี่กันน่ารัก ในเรื่องจะมีเลิฟซีนเล็กๆ กับพี่กัน ซึ่งทรายก็เกรงใจน้อง แต่ทุกคนมืออาชีพ ทำงานกันอย่างสบายใจ ไม่มีความอึดอัด สิ่งที่ทรายกลัวที่สุดคือกลัวดูเป็นแม่พี่กัน โชคดีที่ฝ่ายคอสตูมแต่งตัวให้ดีมาก”

อาทิตย์ใส

เล่นหนังเรื่องนี้มีสิ่งน่ากลัวเกิดขึ้นไหม?

ทราย – “อันนี้เป็นเรื่องแปลกอย่างหนึ่ง คือได้เข้าไปไหว้ที่คุกที่ลานหลักประหาร ได้กลิ่นพวงมาลัยหอมมาก คือถ้าเป็นพวงมาลัยจริงต้องเป็นมะลิที่ใหญ่มากๆ ที่จะหอมมากๆ ขนาดนั้น แต่คนอื่นเขาได้กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีน ก็คิดว่าเอาแล้ว ได้กลิ่นคนละกลิ่นกันหรอ”

 

ช่วงนี้งานเป็นยังไงบ้าง?

ทราย – “ช่วงนี้มีภาพยนตร์เรื่องนี้ กิ่งแก้ว ซึ่งทำหน้าที่เป็นนักแสดง ส่วนงานอื่นๆ จะเป็นแอ๊กติ้งโค้ช ไปกอง ดูแลกอง ตอนนี้มีหนังของสหมงคลฯอยู่สองเรื่อง และของก้องเกียรติ โขมศิริ อีกสองเรื่อง

ถ้าอยากเห็นหน้าทรายก็ไปดูกิ่งแก้วได้ หรือจะจ้างทรายก็ได้เหมือนกัน หรือบางคนอาจจะอยากเห็นหน้าเราเฉยๆ นั่งอยู่ในกอง ก็สามารถจ้างเราไปทำแอ๊กติ้งโค้ชได้เหมือนกัน เพียงแต่เป็นคนอื่นเล่นแทน”

เคยคิดอยากเป็นผู้จัดไหม?

ทราย – “น่าจะเป็นอย่างเดียวที่ยังไม่เคยคิด นึกไม่ออกว่าจะจัดการดารายังไง แค่นึกว่าถ้ามีทราย เจริญปุระ ไปนั่งในกองสิบคน ทรายว่าปวดหัวแล้ว ผู้จัดเป็นทักษะที่ต้องใช้การประสานงานสูงมาก ซึ่งทรายไม่ค่อยมี ก็เลยคิดว่าเอาแบบนี้ไปก่อน ชอบโดนจ้างมากกว่า”

อาทิตย์ใส

ช่วงนี้ทรายเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ มารีวิวจริงจัง?

ทราย – “สนุกดี ความพิเศษของดิฉันคือหิ้วไปรีวิวที่กองได้เลย เพราะอยู่กอง กล้องภาพนิ่งก็มี แดดก็แดดจริง ไฟก็ไฟจริง ทรายรู้สึกดีที่พอรู้ว่าแฟนๆ สนุกไปด้วย ถึงทรายอาจจะไม่ได้ขัดตัวทุกวัน แต่เราเป็นผู้หญิง เป็นนักแสดง เรื่องความสวยความงาม จากประสบการณ์กับช่างแต่งหน้าที่เจอมาทั้งชีวิต เราก็มีความรู้ ซึ่งบางครั้งเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องที่เรารู้ คนอื่นก็อยากรู้เหมือนกัน ก็สามารถไปติดตามเพจได้นะคะ ITR Review จะมีหน้าดิฉันกับหน้าแมวเป็นหลัก”

30 ปีในวงการบันเทิงเป็นยังไงบ้าง?

ทราย – “การเป็นผู้หญิงในวงการบันเทิงจะว่าง่ายก็ง่าย ยากก็ยาก เป็นพื้นที่ที่คุณต้องชัดเจน ต้องดูแลตัวเองพอสมควร ไม่งั้นจะถูกตัดสินจากหลายอย่าง”

อาทิตย์ใส

ทำงานในวงการบันเทิงมานาน บางคนอยากเกษียณ?

ทราย – “ทรายไม่เคยมีความคิดนั้นเลย ชอบเล่นหนังมาก มีคนถามเหมือนกันว่าเคยคิดไหมว่าจะหยุดเล่นหนังตอนไหน คำตอบคือ ตอนตายค่ะ

ตอนเด็กๆ ทรายคิดมาตลอดว่าโตมาอยากเป็นเหมือนป้าทอง สุลาลีวัลย์ หรือป้าจุ๊ จุรี คืออยู่ได้กับทุกรุ่นทุกวัย

สำหรับทราย การได้ไปกองถ่าย ไม่ว่าจะไปในฐานะนักแสดง แอ๊กติ้งโค้ช หรือผู้ช่วย มันเป็นพื้นที่ที่ทรายมีความสุข เป็นเซฟโซน เป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง นับว่าโชคดีมากที่ได้ค้นพบสิ่งที่ชอบ และมีแพสชั่นกับมันตั้งแต่งานแรก และสามารถอยู่มาได้ยาวนานกว่า 30 ปีของอินทิรา”

อาทิตย์ใส

เรื่องหัวใจ?

ทราย – “ไม่ได้ปิด ไม่ได้เปิด ไม่ได้ตั้งโต๊ะหรือทำซีนอะไร เพราะรู้สึกตัวเองชอบทำงาน และอยากให้คนถามเรื่องงานมากกว่า ทรายเลยคิดว่าถ้าไม่มีอะไรก็ไม่ต้องเมนชั่นถึงไปเลย เพราะปกติถ้าไม่ได้เล่นหนังหรือมาเจอสื่อ ทรายก็ไม่ได้ไปไหน อยู่กอง ทำงานของทรายไป เรื่องหัวใจถือว่าอยู่ในโซนปกติ ช่วยกันดูแลกันไป ไม่ได้รู้สึกว่าต้องเป็นประเด็น

เข้าใจนะว่าคนอยากรู้ บางทีเราก็ชอบอ่านข่าวตัวอักษรย่อเลิกกัน แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยเหมาะกับอะไรแบบนั้น เลยดีใจกว่าถ้าคนจะสนใจเรื่องงาน มากกว่าการถูกจำจากข่าวหรือดราม่า ตอนนี้คือแฮปปี้ดีมากๆ ค่ะ”

อชริญา บุญชู

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน