สอน. ประเมินเบื้องต้นไร่อ้อยเสียหาย 5,000 ไร่ เร่งสรุปรายละเอียด ขอใช้งบกลางเยียวยาชาวไร่อ้อย ที่ได้รับผลกระทบเหตุปะทะระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา
นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่าสอน.อยู่ระหว่างเร่งช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะที่มีข้อจำกัดด้านความมั่นคง
ทั้งนี้ เนื่องจากบางพื้นที่ถูกกำหนดเป็นพื้นที่สีแดงห้ามเข้า เพราะมีวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดตกค้าง ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวอ้อยได้ หากฝ่ายความมั่นคงอนุญาต อาจต้องใช้วิธีเผาอ้อยเพื่อให้มองเห็นตำแหน่งระเบิดก่อนเข้าจัดการพื้นที่ในบางกรณี
ขณะนี้ พบว่ามีอ้อยยืนต้นตายในจังหวัดสุรินทร์ประมาณ 20,000 ไร่ สระแก้วอีกประมาณ 20,000-30,000 ไร่ พื้นที่สีแดงที่ประเมินว่าเข้าไม่ได้แน่นอนประมาณ 5,000 ไร่
“สอน.จึงอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเสนอขอใช้งบกลางเพื่อเยียวยา โดยจะคำนวณจากผลผลิตเฉลี่ย 10 ตันต่อไร่ อิงราคาอ้อยขั้นต้นปีนี้ประมาณ 800-900 กว่าบาทที่ค่าความหวาน 10 CCS และพิจารณา CCS ในพื้นที่เฉลี่ยสูงถึง 12-13 CCS จากอากาศหนาว ทำให้ได้ราคาเพิ่มอีกตันละกว่า 100 บาท ซึ่งจะสรุปความเสียหายชัดเจนอีกครั้งหลังสิ้นสุดฤดูกาลหีบอ้อย”
ขณะเดียวกัน สอน.และสถาบันอาหาร นำร่องตรวจประเมินโรงงานน้ำตาล ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาแนวทางการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย (Sugar Ecolabel) ภาคสมัครใจ 5 แห่ง ได้แก่ 1.น้ำตาลมิตรผล 2.น้ำตาลราชบุรี 3.น้ำตาลสิงห์บุรี 4. น้ำตาลราชบุรี (กาญจนบุรี) และ 5.น้ำตาลสระบุรี
นายใบน้อย กล่าวว่าจากการตรวจประเมินพบว่า 5 โรงงานนำร่องสามารถนำไปใช้ได้จริง สะท้อนการดำเนินงานของโรงงานอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านฉลาก Sugar Ecolabel ที่ไม่ได้เป็นเพียงฉลากรับรองด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้โรงงานน้ำตาลพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต ที่ช่วยลดปัญหาอ้อยเผาและฝุ่น PM 2.5 ได้ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับน้ำตาลไทยทั้งในประเทศและตลาดโลก