บล. โกลเบล็ก ประเมินหุ้นไทยเดือน เม.ย. 69 ยังผันผวน ปัจจัยลบรุมเร้า วิกฤตพลังงาน ดันราคาน้ำมัน-ค่าไฟพุ่ง กระทบค่าครองชีพ เงินเฟ้อ แนะลงทุนหุ้นพื้นฐานแกร่ง

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนเม.ย.ว่า มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน คาดการณ์กรอบดัชนีไว้ที่ระดับ 1,420 – 1,490 จุด ปัจจัยต่างประเทศยังมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากวิกฤตราคาพลังงานในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและต้นทุนทางเศรษฐกิจโดยรวม

สำหรับปัจจัยหนุนต่อภาพรวมการลงทุนในเดือนนี้มาจากความคืบหน้าของ ครม.ชุดใหม่ ที่จะเข้ามาบริหารงานประเทศ นอกจากนี้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีส่งสัญญาณแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมีนาคมพุ่งขึ้นสู่ระดับ 52.7 สูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยหนุนจากความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งการที่ UAE เตรียมใช้กำลังทหารช่วยสหรัฐฯ เปิดช่องแคบฮอร์มุซ และอังกฤษที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอด เพื่อฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรือ

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังถูกดดันจากปัจจัยลบเช่นกัน โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียด ที่ยืดเยื้อหลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ขณะที่ปัจจัยในประเทศได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น จากราคาน้ำมันดีเซลที่ ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 70% นับจากต้นปี และ กกพ. เคาะค่าไฟฟ้างวดพ.ค. ถึงส.ค. ที่ระดับ 3.95 บาท/หน่วยจากเดิมที่ระดับ 3.88 บาท/หน่วย

“ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทาย โดย กกร. ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2569 ลงเหลือ 1.2-1.6% จากผลกระทบของสงคราม ราคาน้ำมันแพงที่กดดันเงินเฟ้อให้โต 2-3% และจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไป สอดคล้องกับ ธปท. ที่ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 1.6% ชะลอตัวลงจากปีก่อน

ขณะที่ตัวเลขการส่งออกเดือนก.พ. แม้จะขยายตัว 9.9% แต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ค่อนข้างมาก ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ล่าสุดมีมติคงอัตราดอกเบี้ย โดยส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ เนื่องจากยังกังวลเรื่องความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น” น.ส.วิลาสินี กล่าว

โดยปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อทิศทางตลาด ได้แก่ การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา (9-10 เม.ย.), การประชุม กนง. (29 เม.ย.), รายงานภาวะเศรษฐกิจของ ธปท. (30 เม.ย.) รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น และการประชุม FED ในช่วงปลายเดือน (28-29 เม.ย.)

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และเป็นที่ยอมรับ โดยอ้างอิงจากผลสำรวจ IAA Consensus ที่แนะนำ 6 หุ้นเด่น น่าลงทุน ได้แก่ ADVANC, AMATA, BDMS, GULF, KTB และ TRUE

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน