คลังเตือน ลูกใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อน แต่ไม่ได้ดูแล ส่อผิดฐานโกงภาษี สั่งสอบย้อนหลังทันที พ่อแม่ยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. – 1 ส.ค.
วันที่ 5 มิ.ย.2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีฝ่ายค้านโจมตีเรื่องผู้สูงอายุที่ลูกหลานนำไปลดหย่อนภาษี จะไม่ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า
การทบทวนสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ มีเป้าหมายให้ความช่วยเหลือผู้ที่ยากจนจริงๆ ยากจนที่สุด และไม่มีใครดูแลก่อน ทั้งนี้ จะนำข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเกณฑ์ครอบครัวมาประกอบการพิจารณา หากตรวจสอบพบว่าผู้สูงอายุรายใดมีบุตรให้การอุปการะ สามารถหักลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อปี หรือคิดเป็นค่าใช้จ่าย 2,500 บาทต่อเดือน จะถือว่าผู้สูงอายุกลุ่มดังกล่าวยังมีผู้ดูแล และไม่สามารถรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ นอกจากนี้ จำนวนเงินดังกล่าวยังสูงกว่าเงินช่วยเหลือจากภาครัฐที่ได้รับเดือนละ 300 บาท ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่าโชคดีกว่าคนที่ไม่มีใครดูแล
“แต่ถ้าลูกเอาสิทธิ์ไปหักภาษีแล้ว ไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริง อันนี้เท่ากับลูกโกงภาษี รัฐบาลจึงเปิดให้พ่อแม่ยื่นอุทธรณ์ได้ว่าลูกไม่ได้มาดูแลเลย เมื่อยื่นอุทธรณ์และพิสูจน์ได้ว่าลูกไม่ได้ดูแลจริง สิทธิบัตรสวัสดิการก็จะคืนกลับไปที่พ่อแม่ แต่สิทธิ์ของลูกที่จะใช้ลดหย่อนภาษีก็จะไม่ได้เช่นกัน และอาจถูกกรมสรรพากรตรวจสอบย้อนหลัง โดยพ่อแม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. – 1 ส.ค. และยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องภายใน 16 ส.ค.” นายลวรณกล่าว
นายลวรณ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังสามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลืออื่น อาทิ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60-40 ที่กำลังพิจารณาอยู่ด้วย
“ในส่วนของกลุ่มคนตกหล่น คนชายขอบ หรือผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและเข้าไม่ถึงระบบลงทะเบียน คราวนี้เราเปลี่ยนวิธีมาใช้กลไกมหาดไทย เพราะถ้าใช้วิธีเดิม ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม คือมีคนตกหล่น เราให้คนในพื้นที่ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. เทศบาล และนายอำเภอ ที่รู้จักชาวบ้านดีที่สุด เป็นผู้ไปรวบรวมรายชื่อคนจนที่เข้าไม่ถึงระบบแล้วส่งเข้ามาที่ส่วนกลาง” นายลวรณ กล่าว