เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่-หมู เตรียมปรับราคาหน้าฟาร์ม รับต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่ง ไขไก่คละหน้าฟาร์มขยับเป็นฟองละ 4 บาท หมูหน้าฟาร์ม 70-78 บาทต่อกิโลกรัม
นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ฟาร์เลี้ยงไก่ไข่กำลังประสบปัญหาโรคไก่ ทำให้ผลผลิตไข่ลดลง 20% ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาอาหารสัตว์ขนาดบรรจุกระสอบละ 30 กิโลกรัม ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้นอีกกระสอบละ 6 บาท คือปรับจาก 440บาท/กระสอบ เป็น 446/กระสอบ บาท
ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ผลผลิตไข่ลดลง และเริ่มขาดในบางพื้นที่ ดังนั้นในเร็วๆ นี้มีแนวโน้มว่าอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาไข่คละหน้าฟาร์มขึ้นอีก เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการเลี้ยงของเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันราคาแนะนำไข่คละหน้าฟาร์มอยู่ที่ 3.80 บาท/ฟอง ผู้ค้าได้ปรับราคาจำหน่ายจนชนเพดาน 3.80 บาท/ฟองแล้ว เร็วๆ นี้อาจจะต้องปรับเพิ่มขึ้นอีก ฟองละ20 สตางค์ คือปรับเป็นฟองละ4 บาท อย่างไรก็ตามผู้เลี้ยงจะพยายามยื้อการปรับขึ้นราคาไข่ไก่ไว้ให้นานที่สุดเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค
ด้านนายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยถึงแนวโน้มราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มว่าในวันที่ 5 ส.ค. สมาคม และพันธมิตรจะหารือถึงสถานการณ์ราคาหมูร่วมกันอีกครั้ง แต่มีแนวโน้มว่าอาจจะมีการปรับขึ้นราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอีก 2 บาท/กิโลกรัม ส่งผลให้ราคาสุกรหน้าฟาร์มอาจจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 70-78 บาทต่อกิโลกรัม โดยหากจะมีการปรับราคาก็จะเริ่มมีผลในวันพระที่ 6 ส.ค.2569
สำหรับสาเหตุที่ฟาร์มหมูมีแนวโน้มที่จะต้องปรับราคาเนื่องจากต้นทุนการเลี้ยงปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะราคาข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ราคาปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 9 บาท /ก.ก. เป็น 13 บาท/ก.ก. ขณะที่ปริมาณสุกรที่ออกสู่ตลาดเริ่มน้อยกว่าความต้องการบริโภค นอกจากนี้กากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตอาหารสัตว์อีกตัวหนึ่งมีการปรับขึ้นราคาต่อเนื่องเช่นกัน โดยปรับจาก 13บาท/ก.ก. เป็น 17 บาท/ก.ก. ขณะที่ข้าวสาลี และข้าวปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน