นายกฯ คุยภาคธุรกิจ บริษัทชั้นนำสหรัฐฯ ลั่นไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน เป็นประตูสู่ 700 ล้านคน พร้อมดันการค้า การลงทุน เติบโตไปด้วยกัน
เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 23 ก.ย.2569 (ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง) ที่โรงแรม Four Seasons นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พบนักธุรกิจบริษัทชั้นนำในสหรัฐอเมริกา จัดโดยสภาธุรกิจสหรัฐฯ–อาเซียน (U.S.-ASEAN Business Council) และหอการค้าสหรัฐฯ (U.S. Chamber of Commerce)
เพื่อสร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคต สร้างโอกาสของคนไทย โดยนักธุรกิจหลายคนที่มาร่วมงานครั้งนี้ได้มีแผนจะเดินทางเข้าร่วมประชุม World Bank – IMF จัดที่กรุงเทพฯประเทศไทย ในเดือนต.ค.นี้
นายอนุทิน กล่าวบนเวทีและการพูดคุยกับผู้บริหารและตัวแทนของแต่ละบริษัท ว่า การเปลี่ยนแปลงสมดุลการเมืองระหว่างประเทศและการแข่งขัน รวมถึงการใช้มาตรการกีดกันทางการค้า โดยประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางอาเซียน การมาลงทุนหรือค้าขาย จะไม่ได้แค่การค้าขายกับคนเพียง 70 ล้านคน แต่เป็นประตูสู่คน 700 ล้านคนของอาเซียน
ในทางการค้าประเทศไทยได้เดินหน้าทำข้อตกลงการค้ากับหลายประเทศ หลายเขตเศรษฐกิจ รวมถึงสหรัฐฯ ที่กำลังสรุปเงื่อนไขเจรจาช่วงสุดท้ายแล้ว และประเทศไทย ได้มีการปรับปรุงแก้ไขระบบ Thailand fast pass ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากของการทำธุรกิจลง ในครึ่งปีแรกไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมูลค่าประมาณ 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายกฯกล่าวว่า ภายในปี 2030 ไทยจะอยู่ในกลุ่ม 20 ประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดของโลก ทั้งนี้ ไทยพร้อมเป็นทั้งแหล่งลงทุนและหุ้นส่วนที่ภาคธุรกิจสหรัฐฯ สร้างการลงทุน การจ้างงาน ความมั่งคั่งร่วมกัน และเติบโตไปด้วยกัน
ด้านนาย Brian McFeeters President & CEO ของ U.S.-ASEAN Business Council (USABC) กล่าวว่า ไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญและเป็นตลาดยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน ซึ่งภาคธุรกิจสหรัฐฯ พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ด้านการค้าและการลงทุน
ขณะที่นาย Michael DeSombre ตำแหน่ง Assistant Secretary of State for East Asian and Pacific Affairs ระบุว่าไทยและสหรัฐฯ สามารถขยายความร่วมมือด้านการลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานได้อีกมาก
โดยเฉพาะเทคโนโลยี Superintelligence (SI) ซึ่งประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งการผลิต โลจิสติกส์ สาธารณสุข การเงิน เกษตรกรรม การศึกษา และบริการภาครัฐ เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจไทย-สหรัฐ เติบโตและประสบความสำเร็จร่วมกัน