ณวัฒน์ ไม่กลัวแบ็กใคร ยันเวทีมิสแกรนด์ไม่มีเด็กเอ็นฯ

จากกรณีที่มีบุคคลหนึ่งส่งข้อความผ่านทางอินบอกซ์อินสตาแกรมไปหา อินดี้ อินดี จอห์นสัน รองอันดับ1 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2020 เพื่อเสนอค่าตัวให้ไปทานข้าวกับผู้ใหญ่ในราคา 20,000 บาท ครั้นเมื่อได้รับปฏิเสธจากรองนางงามคนดังกล่าวว่าไม่รับงานลักษณะนี้ บุคคลข้างต้นนั้นจึงได้ส่งข้อความกลับมาด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย รวมถึงมีการข่มขู่และพาดพิงเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ จนทำให้เกิดความเสียหาย

กระทั่งล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 ก.พ. ที่ อาคารปฏิบัติการ ช่อง 3 มาลีนนท์ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล พิธีกรหนุ่มชื่อดัง และผู้จัดการประกวดนางงามเวทีมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว

ถามถึงกรณีมีคนติดต่อชวนน้องในมิสแกรนด์ไปรับงานทานข้าว? “เรื่องที่มีคนติดต่อมาชวนน้องไปทานข้าวก็ชัดเจนตามนั้นครับ เพราะน้องก็ส่งให้ผมอ่าน ผมก็ตกใจเหมือนกัน แล้วก็ไปตามหามาว่าเขาคือใคร เห็นกันแบบชัดๆ อยู่แล้วเรียบร้อย ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างขั้นตอนทางกฎหมาย แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกก็คือผู้เสียหายโดยตรงก็คือ น้องอินดี้ ซึ่งน้องก็จะไปแจ้งความในวันพรุ่งนี้ ส่วนตัวผมเองกำลังคุยกับทางกฎหมายที่บริษัท เพราะมีคำคำหนึ่งซึ่งเป็นคำที่หมิ่นประมาทที่บอกว่า “มิสแกรนด์ขาย…ทั้งนั้นแหละ”

ถามว่าอะไรที่ทำให้เขาคิดแบบนั้น ผมว่ามันเกิดจากความที่เขาอยากจะพูดจาอะไรที่รุนแรงใส่เด็กมากกว่า อันนี้ผมไม่สามารถจะตอบได้ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นคนแบบไหน แต่อย่างไรก็แล้วแต่การชักชวนโดยชัดเจนและการด่าทอโดยไม่มีการอ้อมค้อมมันเป็นความผิดซึ่งหน้าอยู่แล้ว ส่วนตัวผมตอนแรกก็คิดว่าน่าจะเป็นเพียงต้องคุยหรือตักเตือน เนื่องจากตัวเขาเองแค่ไดเร็กต์มาหาอินดี้ ไม่ได้ออกเป็นสาธารณะ แต่หลังจากที่มีการใช้สาธารณะกันเกิดขึ้น มันกลายเป็นเรื่องที่ไม่ใช่รู้กันแค่สองสามคนแล้ว”

โมโหหรือกลัวไหมกับสิ่งที่เขาพาดพิงเวทีมิสแกรนด์? “เวทีและตัวผมไม่กลัวอยู่แล้ว ชัดเจนอยู่ว่าตัวผมเองไม่เคยมีปรากฏการณ์แบบนี้มาก่อน เวทีเราไม่มีขายแบบนี้ และใครก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาซื้อได้ โดยเฉพาะผู้ที่ชนะหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับผมก็อบรมบ่มนิสัยเป็นอย่างดี แต่พวกเหลือบลิ้นไรที่จะเกาะคนอื่นกินมันก็ห้ามกันไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมภูมิใจก็คือน้องอินดี้และเด็กของผมก็ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ชัดเจนทีเดียวว่ารับงานแบบนี้ไม่ได้

แต่น้องก็ยังมีมารยาทนะครับที่พูดว่าถ้าเป็นงานอื่นสามารถรับได้ แต่งานนี้รับไม่ได้ ได้มีการพูดดีๆ แล้ว แต่ทางเขาก็ด่ามาเรื่อยๆ ตรงนี้ไม่ได้กลัวเสียภาพลักษณ์ แต่เรื่องนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเคสที่เราก็เจอมาบ่อยๆ หนึ่งคือความรุนแรงจากการพูดและการด่า สองคือการดูถูกเหยียดหยาม โดยเฉพาะการดูถูกเหยียดหยามผู้หญิงและการดูถูกเหยียดหยามเวที”

 

 

ทราบมาก่อนไหมว่าคนนี้แอบแฝงทำแบบนี้นานแค่ไหนแล้ว? “ถ้าพูดถึงคนคนนี้ผมก็ได้กลิ่นอายมาพอสมควร เพราะว่าก็มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง แล้วก็เคยเดินผ่านหน้าตากันมาอยู่พักหนึ่งบ้าง เพราะมีส่วนหนึ่งที่เขามาช่วยจัดออร์กาไนซ์มิสแกรนด์ต่างจังหวัดเมื่อสามสี่ปีที่แล้ว แต่ว่าเขาไม่ได้เป็นผู้อำนวยการการจัดของจังหวัดนั้นนะครับ แค่ว่าเป็นคนที่จัดอีเวนต์ แล้วก็ไม่ใช่คนใน ไม่เกี่ยวกับผมเลย ถ้าเกิดเป็นคนภายในของผมจะไม่มีแบบนี้เด็ดขาด”

เตรียมดำเนินการยังไงบ้าง? “ขั้นแรกคือแจ้งความโดยน้องอินดี้ ส่วนของผมตอนนี้ให้แผนกกฎหมายเป็นคนดูแล แต่คิดว่าก็คงจะจุดจบอยู่แถวโรงพัก”

สภาพจิตใจของน้องอินดี้เป็นยังไงบ้าง? “น้องค่อนข้างจะเดือดเนื้อร้อนใจหนักมาก เพราะน้องบอกว่าไม่น่าเชื่อเลยว่าคนคนหนึ่งที่รู้จักกันมาตั้งนาน พอเวลาที่จะเอาผลประโยชน์จริงๆ แล้ว กลายเป็นคนที่รุนแรงขนาดนี้ และพูดจาได้น่ากลัวขนาดนี้ อย่างประโยคที่บอกว่าให้รับงานกินข้าว 20,000 บาท พอน้องไม่รับก็บอกว่าโง่ รวมถึงดูถูกถากถางทุกอย่าง

 

แล้วที่สำคัญที่สุดเลยน่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัย คือมีการใช้คำพูดว่าสามารถที่จะจัดการน้องได้ เหยียบให้น้องจมดินได้ แล้วยังเรื่องแบ็กที่บอกว่าใหญ่ อันนี้ต้องไปตามจากน้องอินดี้เอาเองเพราะบางทีเขาส่งมาเราก็ไม่สามารถเผยแพร่ให้เป็นสาธารณะได้เพราะเดี๋ยวจะไปพาดพิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนักการเมืองหรืออะไรก็แล้วแต่”

งานที่เขาเสนอมาไม่ถึงกับที่ว่ากินข้าวเสร็จแล้วจะไปกินอย่างอื่นต่อใช่ไหม? “อันนี้มันตอบไม่ได้จากผม แต่ถามว่าใครเขาจะชวนไปกินข้าว ถ้ากินข้าว 20,000 บาท ชวนผมไปด้วย ถ้ากินข้าวอย่างเดียวทำไมครับมันผิดตรงไหน แต่แน่นอนคำนี้เป็นคำสวย มันก็เหมือนกับคำว่าเอ็นอ่ะครับ มันอาจจะหนักกว่าเอ็นด้วยซ้ำเพราะเอ็นบางทีมันก็แค่เอ็นเตอร์เทน อาจจะแค่จับๆ ล่วงเกินเฮฮาปาร์ตี้ แต่คำว่ากินข้าวของผู้หญิงทุกคนสื่อสารแล้วเข้าใจใช่มั้ยครับ ว่าไม่ได้กินข้าว ว่าไปอย่างอื่นกัน”

แบบนี้จะส่งผลต่อสาวงามที่จะเข้าประกวดในเวทีของเราไหม? “ไม่กลัวๆ ความชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ มันมีคนแบบนี้อยู่ในทุกกลุ่มสังคม เพราะฉะนั้นเราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจะเจอเขาเมื่อไหร่ แต่ถ้าเจอก็ต้องจัดการให้สิ้นซาก สำคัญก็คือเขาที่จะต้องกลัวพวกเรา ไม่ใช่พวกเราที่ต้องไปกลัวเขา แล้วสิ่งที่เขาบอกออกมามันเป็นการดูหมิ่นเวทีเรา ชัดเจนอยู่แล้วเพราะเวทีของเราไม่เคยขาย”

รู้สึกยังไงที่เวทีนางงามมันจะอยู่คู่กับคำว่า “กินข้าว” ตลอดเวลา? “คือมันจะมีคนประเภทนี้ที่คอยหาอาชีพให้กับตัวเอง ซึ่งมันมีอยู่จริง ไม่มีทางที่มันจะหมดไปจากโลกและประเทศ เพราะว่าคนที่อยากประกอบอาชีพนี้ยังดำเนินการอยู่ ผู้บริโภคก็ยังมีอยู่ และคนที่จิตตกหรือหาทางเลือกไม่เจอยังไม่รู้จะหาทางไหนในการแก้ปัญหาชีวิตก็ต้องตกเป็นเหยื่อของคนเหล่านี้”

วันหนึ่งถ้านางงามเวทีเรารับงานแบบนี้จะมีวิธีจัดการยังไง? “ปลดแน่นอนอยู่แล้วครับ เรื่องแบบนี้ก็ต้องเช็กอยู่ แต่ว่าโดยปกติแล้วกว่าที่เราจะเดินทางมาถึงรับเขาเข้ามาอยู่ในครอบครัวก็มีการกรองหลายชั้น การมีแฟนไม่ใช่เรื่องผิดปกติสำหรับเวทีผมนะ แต่หมายถึงว่าคบกันนะ เช่นอาจจะคบกันสามเดือนสี่เดือนแล้วเลิกก็ไม่ได้แปลก แต่ถ้าสมมติว่าไปเจอเพื่อการนี้ 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมงเสร็จรับเงินแล้วกลับบ้านผมว่าอันนี้มันมหันตภัย”

เคยมีประวัติบ้างไหม? “มีแต่สุ่มเสี่ยงครับ อย่างเช่นถูกกล่าวหาว่าเป็นภรรยาเก็บ แล้วเราได้จัดการไปตามระเบียบด้วยความละมุนละม่อม เพราะอย่างน้อยผู้หญิงเวลาที่มีอะไรเกิดขึ้นเขายังคงต้องใช้ชีวิตต่อไป”

พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้คุยกับน้องๆ ไหมว่าควรที่จะเน้นขายเรื่องความสวย ไม่ได้ขายเรือนร่าง? “บอกจนไม่รู้จะบอกขนาดไหนแล้วล่ะครับ ได้แต่ให้สติทุกคนเพราะเรามีกรุ๊ปอยู่แล้วก็ให้ดูเอาไว้เป็นอุทาหรณ์ ว่าถ้าเกิดมีใครติดต่อมาพยายามพูดชัดถ้อยชัดคำ สักวันหนึ่งถ้าเกิดใครพลาดมันหมายความว่าคุณก็จะต้องมีตราบาปตลอดไป”

ได้คุยกับคนที่ติดต่อน้องอินดี้มาบ้างหรือยัง? “ไม่ครับ เพียงแต่ว่าเช็กข้อมูลทุกอย่างว่าเรียนที่ไหน จบอะไร หน้าตาเป็นยังไง รู้จักใครมาบ้าง ซึ่งถ้าเกิดสมมติรู้สึกว่าสำนึกผิด ถ้ายังรู้สึกได้ว่ามาด่าเวทีผมว่าขาย… ผมให้เวลาอีกสักประมาณถึงพรุ่งนี้เที่ยง ส่งอีเมลมารับสารภาพซะ ว่าสิ่งที่คุณทำไปมันคืออะไร จากหนักก็จะเป็นเบาลงหน่อย คำขอโทษต้องการอยู่แล้ว

แต่มากกว่าคำขอโทษด้วยมันจะต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้ ถ้าคุณกล้าพูดคุณต้องกล้ารับ ถ้าคุณคิดว่ามันใช่คุณต้องออกมายืนยันว่าน้องในเวทีเราไปขายมา ต้องเอาหลักฐานมา”

พอได้เช็กแล้วแบ็กเขาใหญ่จริงอย่างที่เขาพูดไหม? “คุณณวัฒน์ไม่เคยกลัวแบ็กใครอยู่แล้ว ผมเอาความจริงเป็นที่ตั้ง แล้วผมก็ไม่สนใจว่าแบ็กคุณจะใหญ่มาจากไหนก็ตาม จำไว้เลยครับปัจจุบันนี้ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แล้วล่ะว่าสู้กันด้วยความจริงและเหตุผลครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน