วันที่ 16 ก.ย. ที่โรงแรมทีเค พาเลซ & คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง เพื่อถอดบทเรียนกระบวนการสืบสวนไต่สวน และการดำเนินคดีเลือกตั้งว่า กกต.ชุดนี้ต่างจากชุดที่ผ่านมา เพราะผ่านการเลือกตั้งมาทุกระดับ โดยมีเรื่องร้องเรียนมายัง กกต.รวมกว่า 5,156 คดี รับไว้พิจารณา 2,367 เรื่อง ในจำนวนนี้ เกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ส. 592 เรื่อง เหลือรับไว้วินิจฉัย 286 เรื่อง ยังมีเรื่องค้างพิจารณา 6 เรื่อง เกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อม คาดว่าจะเสร็จในปี 2565
“ผมบอกแล้วว่า การเลือกตั้งเป็นเรื่องของประชาชน ถ้าผู้สมัครไม่เบี่ยงเบนหรือทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง หรือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ทำอะไรเบี่ยงเบนเช่นกัน หรือคนที่ทำหน้าที่ประจำหน่วย ถ้าไม่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ก็ไม่มีปัญหา แต่การทำอะไรในคนหมู่มากย่อมมีสิ่งที่เรียกว่าบิดเบือนและบิดเบี้ยวไปบ้าง ฉะนั้น ถ้ากรณีปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผลเลือกตั้งเกิดจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม มันจะเข้ามาสู่อำนาจของ กกต. หรือเมื่อเห็นว่าเป็นเช่นนั้นอาจมีผู้ร้องคัดค้านขึ้นมา” นายเลิศวิโรจน์กล่าว
ด้านนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฎ กกต. กล่าวว่า การดำเนินคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ต้องนำหลักกฎหมายและระเบียบ กกต. เป็นเกณฑ์วินิจฉัย ต้องให้ความสำคัญกับหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ เช่น กรณีซื้อเสียง ต้องมีหลักฐานที่เป็นลายนิ้วมือแฝงในธนบัตรที่รับ แต่หากนำเงินไปใช้ ต้องมีพยานแวดล้อมหรือพยานที่น่าเชื่อถือว่ามีการใช้เงิน ซื้อเสียงจริง เช่น คลิปวิดีโอ แต่เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระมัดระวัง เพราะหากเป็นคลิปแอบถ่าย เมื่อสำนวนไปถึงศาลแล้ว ศาลจะยกคำร้อง