บิ๊กป้อม หารือ อัครราชทูตคิวบา ร่วมมือด้านการแพทย์ สาธารณสุข พัฒนาชายแดนใต้
วันที่ 8 ก.พ.66 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ “กพต.” เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับ Mr. Hector Conde Almeida เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคิวบาประจำประเทศไทย และผู้บริหารระดับสูงของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องรับรอง ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมมือขับเคลื่อนงานการแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นนโยบายสำคัญเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตของสาธารณรัฐคิวบากับประเทศไทยไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะแนวทางการนำร่องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ความสัมพันธ์ทางการทูตไทยกับสาธารณรัฐคิวบาเป็นไปอย่างราบรื่นและฉันมิตร ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในหลายโอกาส มีความก้าวหน้าในความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ด้านสาธารณสุข การวิจัยทางการแพทย์ ความร่วมมือวิชาการ กีฬาและความตกลงที่สำคัญกับประเทศไทยอีกหลายฉบับ โดยเฉพาะตนเองเห็นด้วยอย่างยิ่งที่สาธารณรัฐคิวบา ร่วมมือกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงสาธารณสุขและสถาบันอิกร่า ผนึกกำลังขับเคลื่อนโครงการเจียระไนเพชรสู่วงการแพทย์ที่มีแนวทางสำคัญ คือ การคัดเลือกนักเรียนที่มีผลการเรียนดีในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมโครงการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาต่อในสาขาแพทย์ในประเทศสาธารณรัฐคิวบา ในขั้นตอนต่อไป ในฐานะประธาน กพต. ก็จะนำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งให้ที่ประชุมทราบในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 ที่จะถึงนี้ พร้อมนี้ จะได้มอบหมายส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปศึกษากระบวนการและทำความร่วมมือเพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาจากรัฐบาลสาธารณรัฐคิวบาในสาขาคณะแพทยศาสตร์บัณฑิต (ปริญญาตรี) และเตรียมการให้มีการลงนามข้อตกลง MOU กับสถาบันการศึกษา อาทิ โรงเรียนแพทย์ละตินอเมริกา (อีแลม) และสถาบันการศึกษาที่เปิดการเรียนการสอนในสาขาวิชาแพทย์ในสาธารณรัฐคิวบาต่อไป ตนเองในนามประธาน กพต. ที่กำกับดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอขอบคุณรัฐบาลสาธารณรัฐคิวบาสำหรับความร่วมมือเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การพูดคุยวันนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ยืนยันความตั้งใจของทั้งสองประเทศที่จะผลักดันความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการเจียระไนแพทย์เพื่อชุมชนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีสัดส่วนแพทย์ต่อประชากร 1 ต่อ 1,794 คน ในขณะที่ กรุงเทพมหานคร มีแพทย์ต่อประชากร 1 ต่อ 700 คน ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานระดับโลก คือ 1 ต่อ 600 คน จึงจำเป็นจะต้องสร้างแพทย์ในพื้นที่ให้เพียงพอต่อประชากร
Mr. Hector Conde Almeida เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคิวบาประจำประเทศไทย กล่าวว่าสาธารณรัฐคิวบาและประเทศไทย มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในหลายโอกาสและมีความก้าวหน้าในความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ สาธารณสุขและการวิจัยทางการแพทย์ กีฬา และความร่วมมือ ด้านวิชาการ และยินดีอย่างยิ่งที่จะมีการยกระดับความร่วมมืออีกขั้นหนึ่ง ด้วยการส่งนักศึกษาไปศึกษาต่อในสาขาแพทย์ ณ สาธารณรัฐคิวบา ซึ่งเป็นแนวนโยบายทางการทูตของสาธารณรัฐคิวบาในฐานะประเทศต้นแบบที่จัดบริการสาธารณสุขที่ดีระดับต้น ๆ ของโลก ทั้งนี้ ขอบคุณเป็นอย่างสูงตามที่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้สานสัมพันธ์โครงการดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการใช้ยุทธศาสตร์งานสาธารณสุขเพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน โดยเฉพาะยึดประโยชน์ทางสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ