มีปัญหารอแป๊ป หวังทำการเมือง ยกระดับความเป็นอยู่ประชาชน ให้มีสิทธิขั้นพื้นฐานเท่ากัน ตกงานมีเบี้ยยังชีพ ชี้ต้องรับฟังคนรุ่นใหม่ที่แสดงออกทางการเมือง

เป็นอีกหนึ่ง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตราชเทวี ที่พยายามนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาให้กับพื้นที่ สำหรับ แป๊ป พณิชย์ วิทยาภัทร์ นักธุรกิจเกี่ยวกับการศึกษา สร้างศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์ จำนวนประมาณ 500 ศูนย์ทั้งศูนย์ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ทั่วประเทศ เพราะต้องการสนับสนุนให้เด็กไทย ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ มีความรักและกล้าที่จะเรียนรู้ กล้าคิด กล้าลงมือทำ จริง

จากการที่ผมได้ดูงานต่างประเทศด้านการศึกษามาหลายประเทศ ผมเห็นแนวทางการบริหาร การส่งเสริมการศึกษา การเรียนรู้ให้กับเยาวชนแต่ละประเทศ และอยากเห็นเด็กไทยได้รับการส่งเสริมแบบนั้นบ้าง จึงได้ทำธุรกิจส่งเสริมด้านการศึกษามาตลอด

ในระหว่างนั้นก็ได้มีโอกาสไปทำโครงการช่วยเหลือสังคมตามสถานที่ต่างๆที่ขาดแคลน หรือประสบภัย เช่น ปรับปรุงโรงเรียนตามต่างจังหวัดห่างไกล ซึ่งก็ได้เห็นว่าคนที่เค้าเดือดร้อนและเข้าไปช่วยเหลือ เค้าจะขอบคุณและยิ้มแบบดีใจมาก มันมีค่าสำหรับเค้ามากๆ และผมก็ได้เห็นว่ายังมีประชาชนหลายคน อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ติดต่อหน่วยงานราชการไม่เป็น และเข้าไม่ถึงสวัสดิการรัฐพื้นฐานด้วยซ้ำ

เช่นการรับการรักษา การขอรับเบี้ยต่างๆ ทำให้ไม่มีพื้นฐานที่จะไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองได้ ซึ่งส่งผลกระทบไปในหลายๆ ด้าน เช่น ก่ออาชญากรรม และยาเสพติด

ดังนั้นผมคิดว่าการที่ผมมีความสามารถในการทำธุรกิจมา และการที่จะเอาความรู้ความสามารถของผมมาช่วยเหลือ สนับสนุนประชาชนในวงกว้างให้มากขึ้นได้ ผมจึงได้ตัดสินใจมาเป็นนักการเมือง จะมาทำตามที่ผมตั้งใจคือเข้าถึงปัญหาของประชาชนและพัฒนาให้ดีขึ้นจริง

สิ่งที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ในการทำงานการเมืองมากที่สุด คือการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ประชาชนทุกคนควรได้รับสวัสดิการรรัฐพื้นฐานอย่างทั่วถึงจริงๆ ให้ทุกคนมีสิทธิพื้นฐานเบื้องต้นที่เท่ากัน เช่นเจ็บป่วยได้รับการรักษา ตกงานมีเบี้ยยังชีพ มีแหล่งจัดหางานและทุกคนเข้าถึงแหล่งข้อมูลแหล่งงานได้ทั่วถึงเพื่อให้ประกอบอาชีพเลี้ยงปากท้องตัวเองได้ เมื่อทุกคนมีงานเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องทำงานผิดกฎหมาย ก็จะค่อยๆ ยกระดับความเป็นอยู่กันได้

และอยากให้คนไทย เป็นสังคมของการมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านการเมืองการปกครองมากให้มากขึ้น ทุกวันนี้มีน้อยมากครับ คนที่มีส่วนร่วมส่วนใหญ่จำกัดเพียงเฉพาะกลุ่มเช่นในชุมชน ซึ่งให้ข้อมูลเราถึงปัญหาที่ยังถูกซ่อนไว้มากมายได้ แต่ในส่วนของคนเมืองในตึกเป็นกลุ่มคนที่มีความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ แต่ไม่ได้เข้ามาร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการปรุงเชิงลึกร่วมกับชุมชนในพื้นที่ อาจด้วยสังคมคนเมืองมีเวลาเร่งรีบ แต่หากต้องการปรับปรุงและพัฒนาจริงๆ ความมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเป็นสิ่งสำคัญจริงๆ

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองมากขึ้นนั้น ต้องยอมรับว่าน้องๆ คนรุ่นใหม่เก่ง มากๆ มีความรู้ความสามารถมากกว่าคนรุ่นเก่า และการที่คนรุ่นใหม่กล้าแสดงความคิดเห็นยิ่งเป็นเรื่องที่ดี เราเองจะต้องรับฟังคนรุ่นใหม่ และใช้ประสบการณ์การบริหารของเรา หรือในฐานะนักการเมือง มาทำให้ความรู้และคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่มาใช้ได้จริง ซึ่งตรงกับความต้องการของผม คือต้องการให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเมืองการปกครองด้วยกัน

ผมเข้าถึงพื้นที่จริง เจอประชาชนจริงและใช้สื่อโซเชี่ยล เป็นช่องทางการสื่อสารสองทาง ทั้งรับข้อมูลจากทุกคน และส่งข้อมูลกลับให้ทุกคนได้ นั่นคือการสื่อสารทางการเมืองของผมกับประชาชนครับ แป๊ป พณิชย์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน