ยังต้องลุ้นกันไปเรื่อยๆ สำหรับหน้าตารัฐบาลประเทศไทย ที่แม้จะผ่านการเลือกตั้งมาแล้วเกือบเดือน พรรคได้คะแนนอันดับ 1 รวมเสียงข้างมากได้แล้ว มี 312 เสียง จาก 500 เสียง แต่ทุกอย่างก็ยังต้องรอกระบวนการ

ไม่ว่าจะเป็นการรับรองผลของกกต. การเปิดสภา และการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ยังไม่รวมกับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติต่างๆ ที่กกต.กำลังพิจารณาและมีแนวโน้มว่าจะผลักหน้าที่การวินิจฉัยให้ศาลรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตามจากการคาดการณ์เงื่อนเวลาหรือไทม์ไลน์ในกระบวนการสอบสวนและวินิจฉัย ก็ต้องใช้เวลาอีกสักพัก

ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมเอกสารหลักฐาน การให้โอกาสผู้ถูกร้องชี้แจง

ขั้นตอนไม่เร็วแน่นอน!!

อย่างน้อยก็ไม่เร็วไปกว่าที่จะเปิดประชุมสภาเลือกนายกฯ ทุกสายตาจึงยังจับจ้องที่ไปบรรดาส.ว.ว่าจะมีท่าทีอย่างไรกับเรื่องดังกล่าว

จะโหวตให้ พิธา ในฐานะที่รวมเสียงได้มากที่สุดหรือไม่ หรือจะปฏิเสธฉันทามติของประชาชนที่แสดงผ่านการเลือกตั้งด้วยการไม่โหวต หรือจะงดออกเสียง

ซึ่งเป็นเรื่องที่ส.ว.ต้องพิจารณาเอาเอง

แต่หากพิจารณาจากประวัติศาสตร์การเมือง ที่เพิ่งผ่านมา เมื่อครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำรัฐประหาร กระแสสังคมต่อต้านไม่มาก เพราะคิดว่าเป็นคนกลางมายุติปัญหา

แต่เมื่อมาเป็นนายกฯ เสียเอง ก็เปลี่ยนสถานะจากคนกลาง กลายเป็นคู่ขัดแย้งทันที

ปฏิกิริยาจากประชาชนเป็นยังไงก็รู้กันอยู่!!!

ส่วนส.ว.ที่ถูกตั้งขึ้นมา ก็เพื่อพยุงรัฐบาลประยุทธ์ให้อยู่ต่อได้ หลังเลือกตั้ง 2562

มีบทบาทเป็นผู้ช่วยชัดเจน!!

แต่หลังเลือกตั้ง 2566 หากส.ว.ปฏิเสธเสียงของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง จากผู้ช่วยเผด็จการ ก็จะเปลี่ยนสถานะมาเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน

เพียงว่าไม่มีกองกำลังอารักขา ไม่มีบ้านหลวง ให้ได้อยู่คุ้มภัย

ยังต้องเดินตลาด พบปะผู้คนในสังคม มีลูกมีหลานที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันต่างๆ ซึ่งจะทวีความเข้มข้นไปเรื่อยๆ

มันคุ้มกันหรือไม่กับการเป็นศัตรูกับประชาชน ก็ต้องตรองดูให้จงหนัก!!!

รุก กลางกระดาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน