10 ปีที่ผ่านมาจีดีพีภาคเกษตร ที่เคยมีสัดส่วนประมาณ 11% ของจีดีพีรวมของประเทศไทย ขณะนี้ลดเหลือเพียง 8%
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้นโยบายมุ่งยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิม เป็นเกษตรสมัยใหม่ ขับเคลื่อนนโยบายด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้”
ยึดหลักการทำงานสานต่อ 9 นโยบายสำคัญให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย หนึ่งในนั้นคือ ยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ด้วยการสร้าง Brand หรือ Story ของจังหวัด/อำเภอ เน้นการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ รวมถึงส่งเสริม การสร้างอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
ตลอดปี 2567 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร (กสก.) เดินหน้ายกระดับสินค้าเกษตร รวมถึงส่งเสริมการสร้างอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร การขับเคลื่อนกรอบระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (ปีงบประมาณ 2567-2570) เป้าหมายเมื่อสิ้นสุดโครงการสามารถสร้างสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูงด้านพืช แมลงเศรษฐกิจ และบริการเชิงสร้างสรรค์ รวมทั้งด้านปศุสัตว์ และด้านประมง ได้ไม่น้อยกว่า 500 ตำบล เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายในปี 2570

พีรพันธ์ คอทอง
นายพีรพันธ์กล่าวว่า ตลอดปี 2567(ม.ค.-ก.ย.) กรมส่งเสริมการเกษตรเดินหน้าขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูง ยกระดับสินค้า ทั้งผลผลิตและราคา โดยการสนับสนุนแปลงใหญ่ 46 แปลง 5 กลุ่มสินค้า 14 ชนิดพืช
โดยสนับสนุนการปลูกพืชสินค้าที่ตลาดต้องการ ปรับเพิ่มผลผลิตและคุณค่าใหม่ พัฒนามาตรฐานสร้างความหลากหลายให้สินค้าเกษตร ซึ่งแปลงใหญ่ที่สนับสนุนส่วนใหญ่มีรายได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 50-340% แล้วแต่ชนิดพืช

แปลงใหญ่หน่อไม้ฝรั่ง
ดังนั้น เกษตรมูลค่าสูงจึงช่วยลดปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดลงได้ กลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเอง และขยายผลไปสู่เกษตรกรกลุ่มอื่นได้
การขับเคลื่อนสินค้าเกษตรมูลค่าสูง มีกลยุทธ์หลักในการสร้างโอกาสเพื่อยกระดับมูลค่าสินค้า ดังนี้ การวิเคราะห์ตลาดและประเมินสุขภาพการเงินธุรกิจ การใช้ข้อมูลแนวโน้มสภาพแวดล้อม เพื่อประเมินความเสี่ยงและปรับสมดุลให้เหมาะสม ใช้โอกาสและจังหวะให้เกิดประโยชน์
เกษตรกรจึงต้องมีการจัดทำ Farm Layout จัดทรัพยากรที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการจัดสมดุลพลังงานให้เหมาะสม สำหรับผลดำเนินงานในภาพรวมของ 5 กลุ่มสินค้า ได้แก่
กลุ่มที่ 1 กลุ่มไม้ดอกและไม้ประดับ ตัวอย่างเช่น กล้วยไม้ มีตัวอย่างความสำเร็จ คือ แปลงใหญ่กล้วยไม้ ต.หนองนกไข่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

พวงมาลัยจากกล้วยไม้

เมื่อเข้าร่วมรับการส่งเสริมจากกรมส่งเสริมการเกษตร ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1,823 กิโลกรัม (ก.ก.)/ไร่ หรือเพิ่มขึ้น 5.8% จากช่วงก่อนเข้ารับการส่งเสริม อัตราการเติบโตของรายได้เพิ่มเป็น 142,194 บาท/ปี เพิ่มขึ้น 50.47% จากก่อนหน้าที่มีรายได้เพียง 94,500 บาท/ไร่

กลุ่มที่ 2 กลุ่มไม้ยืนต้น 2 สินค้าได้แก่ กาแฟ และมะพร้าวน้ำหอม ในกลุ่มนี้มีตัวอย่างความสำเร็จคือ แปลงใหญ่กาแฟ บ้านบางเลาะ ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จ.พะเยา
เมื่อเข้าร่วมการส่งเสริมจากกรมส่งเสริมการเกษตร ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 510 ก.ก./ไร่ หรือ เพิ่มขึ้น 49% จากช่วงก่อนเข้ารับการส่งเสริม อัตราการเติบโตของรายได้เพิ่มเป็น 24,955 บาท/ปี เพิ่มขึ้น 52.79% จากก่อนหน้าที่มีรายได้ 16,333 บาท/ไร่
กลุ่มที่ 3 กลุ่มพืชไร่ 1 สินค้า ได้แก่ สับปะรด ตัวอย่างความสำเร็จแปลงใหญ่สับปะรด ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย
เมื่อเข้าร่วมการส่งเสริมจากกรมส่งเสริมการเกษตร ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 132.2 ก.ก./ไร่ หรือเพิ่มขึ้น 11.35% จากช่วงก่อนเข้ารับการส่งเสริม อัตราการเติบโตของรายได้เพิ่มเป็น 17,500 บาท/ปี เพิ่มขึ้น 111.30% จากก่อนหน้าที่มีรายได้ 8,243 บาท/ไร่
กลุ่มที่ 4 กลุ่มพืชผัก 1 สินค้า ได้แก่ หน่อ ไม้ฝรั่ง ตัวอย่างความสำเร็จแปลงใหญ่หน่อไม้ฝรั่ง ต.วังสวาบอ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น

แปลงใหญ่หน่อไม้ฝรั่ง
เมื่อเข้าร่วมการส่งเสริมจากกรมส่งเสริมการเกษตร ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 3,313 ก.ก./ไร่ หรือเพิ่มขึ้น 16% จากช่วงก่อนเข้ารับการส่งเสริม อัตราการเติบโตของรายได้เพิ่มเป็น 238,165 บาท/ปี เพิ่มขึ้น 59.1% จากก่อนหน้าที่มีรายได้ 149,688 บาท/ไร่

กลุ่มที่ 5 กลุ่มผลไม้ 9 สินค้า ได้แก่ ลำไย มะม่วง กล้วยหอมทอง มังคุด ส้มโอ ลิ้นจี่ มะขาม ส้มเขียวหวาน ทุเรียน (อุตรดิตถ์) ตัวอย่างความสำเร็จแปลงใหญ่มะม่วง ต.หนองหิน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์

แปลงใหญ่มะม่วง
เมื่อเข้าร่วมการส่งเสริมจากกรมส่งเสริมการเกษตร โดยการจัดสมดุลพลังงานเพื่อให้พืชสามารถเจริญเติบโต แต่ละระยะเป็นไปอย่างสมบูรณ์ (ใบ ดอก ผล) ตามโอกาส/จังหวะ สภาพแวดล้อม ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการเก็บเกี่ยว 120 วันหลังดอกบาน รวมถึงการขนส่งด้วยระบบ cold chain

ส่งผลให้อัตราการเติบโตของรายได้รวมการเปลี่ยนแปลง ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1,800 ก.ก./ไร่ หรือเพิ่มขึ้น 13.71% จากช่วงก่อนเข้ารับการส่งเสริม อัตราการเติบโตของ รายได้เพิ่มเป็น 50,000 บาท/ปี เพิ่มขึ้น 340.52% จากก่อนหน้าที่มีรายได้ 17,439 บาท/ไร่
นางบุญโฮม จิตจักร ประธานแปลงใหญ่มะม่วงมหาชน ต.หนองหิน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า แปลงใหญ่มะม่วงมหาชนก อ.หนองกุงศรี เป็น กลุ่มผลิตมะม่วงมหาชนกตามหลักมาตรฐาน GAP ที่ได้คุณภาพ

สามารถส่งออกมะม่วงมหาชนกไปขายต่างประเทศได้ปีละหลายพันตัน ส่งบริษัทแช่แข็ง และแปรรูปสินค้าได้หลายผลิตภัณฑ์เช่น แปรรูปเป็นไอศกรีมมะม่วงมหาชนก ข้าวเกรียบมะม่วงมหาชนก น้ำมะม่วงมหาชนก มะม่วงมหาชนกแช่อิ่ม เป็นต้น
ปัจจุบันพื้นที่ปลูก 1 ไร่ ได้ผลผลิตประมาณ 2 ตันถึง 3 ตัน ถ้าออกนอกฤดูก่อนฤดู ราคาจะอยู่ที่ 45-50 บาทต่อกิโลกรัม ตันละประมาณ 50,000 บาท เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร การลงทุนก็ไม่ได้มาก
ผลิตภัณฑ์แปรรูปเด่นๆ คือ ไอศกรีมมะม่วงมหาชนก แยม มะม่วงอบแห้ง 3 รส เค้กมะม่วง
โดยกรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามาส่งเสริม อบรม ให้ความรู้ด้านการแปรรูป การเข้าถึงกลุ่มตลาด ตลาดออนไลน์ ผลผลิตผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมวิชาการเกษตร หน่วยงานราชการที่เข้ามาส่งเสริม
ทั้งนี้ ในปี 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร จะนำตัวอย่างความสำเร็จที่เกิดขึ้นตลอดปี 2567 นำไปขยายผลไปสู่แปลงใหญ่อีก 100 แปลง วิสาหกิจชุมชน 50 แห่ง และ Young Smart Farmer 50 ราย รวมแปลงเกษตรที่จะส่งเสริม 200 แปลง
มุ่งเป้าสร้างมูลค่าเพิ่มรายได้เกษตรกร ขับเคลื่อนจีดีพีประเทศไทย