ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง หลังพระเอกหนุ่ม ‘มาสุ จรรยางค์ดีกุล’ โคจรจับคู่ร่วมงานกับนางเอกสาว ‘พรีม’ รณิดา เตชสิทธิ์ อีกครั้ง ในละครดราม่าสุดข้น “เหนือพรหมลิขิต” ทางช่อง 3
โดยวันนี้โอกาสดีที่ได้มาพูดคุยกับทั้งคู่ถึงบทบาทการแสดงที่ได้รับ

• เล่าเรื่องย่อๆ ของละคร “เหนือพรหมลิขิต” ให้ฟังหน่อย?
พรีม – “เรื่องนี้จะย้อนไปยุค 90 จะเท้าความตั้งแต่พาร์ตเด็ก จนพาร์ตโต หลักๆ เป็นเรื่องราวของผู้หญิงสามคนที่ดูจะไม่มีอะไรเข้ากันเลย แต่สุดท้ายพรหมลิขิตและโชคชะตานำพาให้ทั้งสามได้มาเจอกันและช่วยเหลือกัน โดยมีหนุ่มๆ เข้ามาสร้างความวุ่นวาย คือถ้าไม่มีหนุ่มๆ เข้ามา ผู้หญิงทั้งสามคนก็คงจะรักกันอีกยาวๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

• แต่ละคนรับบทเป็นใคร คาแร็กเตอร์เป็นอย่างไร?
พรีม – “พรีมรับบทรสริน เป็นผู้หญิงสู้ชีวิต ทำอะไรด้วยตัวเอง ไม่พึ่งผู้ชาย บ้างาน ตอนเรียนจะเป็นนักดนตรีวงโยธวาทิต ซึ่งชีวิตจริงพรีมก็เคยอยู่วงโยธวาทิต เล่นแคลริเน็ต คือพรีมเล่นได้จริงๆ
ตัวละครนี้แบกรับอารมณ์เยอะ แบกมาตั้งแต่เด็ก เหมือนเป็นเด็กที่ถูกบังคับให้โตเร็ว เก็บบาดแผลไว้เยอะมากสะสมมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เด็กจนโต ก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งว่าจะทำยังไงให้โฮลด์เอ็นเนอร์จี้นี้ไว้”

มาสุ – “ผมรับบทเป็นชุน เป็นชานนท์ เป็นทั้งเด็กเนิร์ด ทั้งมาเฟีย สมัยเด็กๆ รสรินจะเป็นผู้นำกลุ่ม ส่วนเราจะเป็นเด็กเนิร์ดในกลุ่ม แอบชอบเขา แล้วมีจุดเปลี่ยนทำให้ตอนโตเป็นอีกคาแร็กเตอร์หนึ่ง เรื่องนี้ผมว่าผมได้สกิลการปลอมตัว อย่างซีนนี้ผมต้องเล่นเป็นเด็ก แต่อีกชั่วโมงนึงต้องเล่นเป็นผู้ใหญ่ เรียกว่าได้สกิลการแปลงร่าง สกิลการเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว (หัวเราะ)”
• นอกจากจะเป็นเรื่องเด็กนักเรียนวัยใสแล้ว ยังมีดราม่าบู๊แอ๊กชั่นด้วย?
มาสุ – “มีทุกแบบครับ ตอนเด็กนี่ก็เด้กเด็ก น่ารัก วัยเรียน วัยใส โตมาอย่างกับหนังมาเฟีย มันพลิกเลย”

พรีม – “จริงๆ ในพาร์ตของสามสาว ไม่ได้บู๊อะไรขนาดนั้น แต่มันจะเกิดการหักหลัง ขโมยสูตรครีม ทำให้เราตัดขาดกับพี่พริม (พริมา) กับน้องเคท (มาริลิน เคท) จะเป็นเรื่องการแค้น การเชือดเฉือนธุรกิจ ส่วนฝั่งของชานนท์เราจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
มาสุ – “เรื่องนี้เป็นเหมือนสองเส้นเรื่อง ของรสรินจะเป็นเรื่องธุรกิจ ส่วนฝั่งผมจะมีแต่เรื่องมาเฟีย ค้ายาเสพติด แต่สองเส้นเรื่องนี้จะถูกเชื่อมโดยตัวละครตัวนึง คือ ธนากร ที่พี่แม็ค (วีรคณิศร์) แสดง ตัวเนี้ยเกี่ยวข้องมาก สร้างความปั่นป่วน”

พรีม – “เขาสร้างเรื่องมาตั้งแต่พาร์ตเด็ก จนกระทั่งโตก็ยังทำให้ทุกคนวุ่นวาย เป็นตัวละครที่ได้เจอกับทุกคนเลย”
• อย่างมาสุจากเด็กเนิร์ด ทำไมกลายเป็นทรงแบดๆ?
มาสุ – “มันมีจุดสวิตช์ใหญ่ทำให้ผมต้องออกจากบ้าน ระหกระเหินเร่ร่อน โดยรสรินจะคิดว่าชุนเสียชีวิตไปแล้ว พอเรากลับมาก็กลายเป็นอีกคนไปเลย เราจำเขาได้ แต่เขาจำเราไม่ได้ เพราะเราเปลี่ยนไปเลย เราจะกลับมาในแบบที่ซับซ้อนมากๆ แล้วตัวรสรินเองก็โตไปเป็นผู้กว้างขวางทำให้ไปมีคอนฟลิกต์กับมาเฟีย

ระหว่างที่กลับมา ผมไม่สามารถให้นางเอกรู้ได้ ว่านี่คือชุน เพื่อนเขาในตอนเด็ก เพราะเราเนี่ยแหละที่ไปอยู่ในแก๊งที่มีปัญหากับเขา ต้องคอยโกหกเขาตลอด แต่เราก็อยากเอาตัวเราเข้าไปใกล้ชิด เพราะเป็นสิ่งที่คุ้นเคยเติบโตมา เป็นคนที่คอยฮีลใจรสรินตอนเด็ก ตัวอยู่ใกล้แต่พูดไม่ได้”
พรีม – “ก็เลยจะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่หน่วงๆ อุปสรรคคือตัวเราเองนี่แหละ”
• ฉากประทับใจ?
มาสุ – “ของผมอาจจะเป็นคนละพาร์ตกับพรีม ผมชอบพวกซีนไฟไหม้ดับเพลิง เราได้เห็นการทำงานที่ว้าว บางทีอาจจะเป็นซีนแค่ 20 วิ 15 วิ ครึ่งนาทีเอง แต่การทำงานคือ 1 วันเต็มๆ แล้วกับการระดมความตั้งใจของทีมงาน ผมประทับใจมากเลย”

พรีม – “พรีมชอบซีนที่ไปดูหนังกลางแปลงซีนประกวดธิดาขนมจีน ประทับใจตรงที่เหมือนเราได้วาร์ปกลับไปยุคนั้น มีการเอาม้วนฟิล์มใหญ่ๆ ที่เคยใช้ในสมัยก่อนจริงๆ มาฉาย คือวันนั้นเป็นวันที่ถ่ายฉากใหญ่ แต่ไม่รู้สึกเหนื่อย ทั้งที่เลิกตีสอง รู้สึกมันเพลินไปหมด
แล้วการประกวดธิดาขนมจีน คุณพริมานี่แต่งตัวเหมือนคนประกวดนางงามสมัยก่อน ที่ผมตีโป่ง อายแชโดว์สีชมพู ขนตางอนเช้ง ปากสีชมพูแป๋นๆ อยู่ตั๋วสุดท้ายก็เห็นอ่ะ ประทับใจมาก ชอบมากค่ะ”
• เรื่องนี้ไปถ่ายทำที่เมืองโคราช บรรยากาศเป็นยังไงบ้าง?
พรีม – “มีไปถ่ายที่โรงเรียนในโคราช ซึ่งทางโรงเรียนน่ารักมาก มีเด็กนักเรียนและวงโยฯ มาเข้าฉากด้วย ทุกคนให้ความร่วมมือดีมากๆ ก่อนจะเริ่มการถ่ายทำ เราได้เคารพธงชาติไปกับเขาด้วย ซึ่งเขาใช้วงโยฯมาบรรเลงเพลง คือเก่งมาก เป๊ะมาก

เราไปหลายที่ที่เป็นที่ไฮไลต์ มีลานย่าโม มีไปอำเภอพิมาย ไทรงามที่เป็นอุทยาน สะพานไม้ร้อยปี จะมีชาวบ้านพี่ๆ ที่อยู่ในพื้นที่หรือเด็กนักเรียนจะคอยมายืนเชียร์พวกเรา”
มาสุ – “ประมาณ 20-30% ของเรื่องอยู่ต่างจังหวัด ผมชอบที่อุทยานไทรงาม ผมว่าเป็นโลเกชั่นที่อันซีน ไม่เหมือนที่ไหน”
พรีม – “ใช่ ต้นไม้เยอะมาก แล้วแต่ละต้นอายุน่าจะร้อยปี ดีมากๆ ค่ะ”

• สุดท้ายฝากละคร
มาสุ – “เรื่องนี้จะได้เห็นหลายๆ คน ที่ได้ย้อนวัยเป็นร่างเด็ก เราจะตีความและเล่นเป็นวัยเด็กจริงๆ ก็อยากให้ติดตามชมครับ”
พรีม – “ฝากด้วยนะคะ ความจริงละครเรื่องนี้ถ่ายทำเสร็จมาเกือบๆ ปีแล้ว เรียกว่าไม่ใช่แค่คุณผู้ชม พวกเราเองก็อยากดูมากๆ
มีเส้นเรื่องหลายๆ เส้นเล่ามุมมองชีวิต มุมมองความรักที่แตกต่าง เชื่อว่าคนดูต้องได้อะไรกลับไปแน่ๆ ค่ะ แล้วก็อาจเจอเส้นเรื่องที่รีเลตกับตัวเอง ทำให้ย้อนวันวานหรือทำให้คิดถึงอะไรที่รีเลตกับตัวเองมากๆ ก็หวังว่าทุกคนจะสนุกกับเรื่องนี้นะคะ”