พาณิชย์ปลื้ม หลังนำทีมภาครัฐ เอกชน ลุยขายมันสำปะหลังเป็นอาหารอูฐ-สัตว์ปีก ให้ซาอุฯ คาดส่งออกล็อตแรก 2 หมื่นตัน เพิ่มจาก 1,700 ตัน ในปี 67 หวังกระจายความเสี่ยงจากตลาดจีน
วันที่ 20 พ.ค.2568 ที่เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย นายนพดล คันธมาศ เปิดเผยระหว่างนำคณะผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชน เดินทางไปซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ค. 2568 เพื่อขับเคลื่อนการขยายตลาดส่งออกสินค้ามันสำปะหลังและสินค้าแปรรูป จากมันสำปะหลังไปยังตลาดต่างประเทศ ว่า ซาอุฯ ประเทศเป้าหมายสำคัญในการส่งออกมันสำปะหลัง เพราะเป็นประเทศที่การบริโภคอาหารมากที่สุดประเทศหนึ่งในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ ซาอุฯ มีจำนวนประชากรในประเทศราว 33.48 ล้านคน และมีปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ประมาณ 50 กิโลกรัมต่อคนต่อปีเป็นตลาดการผลิตเนื้อสัตว์เพื่อการบริโภค โดยเฉพาะสัตว์ปีกทั้งหมดในประเทศราว 1.3 พันล้านตัวต่อปี มีมูลค่าสูงถึง 1.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และมีปริมาณการผลิตอาหารสัตว์สูงถึง 12 ล้านตันต่อปีปี 2568 คาดว่าจะเติบโตในอัตราเฉลี่ยที่ 4.11%
ดังนั้น ซาอุฯ ถือเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพของผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย เนื่องจากมีอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ปศุสัตว์และประมง รวมทั้ง รัฐบาลซาอุดีฯมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ การประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ส่งผลให้มีศักยภาพในการรองรับธัญพืชต่างๆ จำนวนมากเพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์ ประกอบกับมีอัตราภาษีนำเข้าในอัตราที่ต่ำคือ 5 % สำหรับทุกผลิตภัณฑ์ ได้แก่ มันเส้น มันอัดเม็ด แป้งมันสำปะหลัง และสาคู
“การเปิดตลาดในซาอุฯครั้งนี้ เพราะซาอุฯมีการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นแหล่งอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะสัตว์ปีก และยังมี สัตว์อื่นๆ รวมทั้งขยายเป้าหมายไปยังการส่งออกมันสำปะหลังเพื่อเป็นอาหารอูฐ ถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการเจรจาการค้าเพื่อส่งออกมันสำปะหลัง และเพื่อกระจายความเสี่ยงจากตลาดหลักอย่างจีน มายังประเทศอื่นๆ เบื้องต้นคาด ส่งออกมันสำปะหลังล็อตแรกได้ประมาณ 20,000 ตัน จากเดิมไทยส่งออกมาซาอุฯประมาณ 1,700 ตัน ในปี 2567 ”
นายนพดล กล่าวว่า ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดหลักที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย การเดินทางมาขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ซาอุดีฯ ในครั้งนี้เพื่อขยายตลาดการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย และกระจายความเสี่ยง ให้มีตลาดที่มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งซาอุดีฯถือเป็นตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง โดยมีศักยภาพรองรับมันอัดเม็ด จากไทยได้มากกว่า 3.6 ล้านตันต่อปีเพื่อไปเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ทดแทนการนำเข้าข้าวโพด
อย่างไรก็ตาม ปี 2567 มันสำปะหลังเป็นพืชที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยผ่านการส่งออก คิดเป็นมูลค่าถึง 1.1 แสนล้านบาท โดย ปี 2568 (ม.ค. – มี.ค.) ไทยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคิดเป็นปริมาณ 2.3 ล้านตัน ขยายตัวจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 23.4 % ประเทศคู่ค้าสำคัญสำหรับการส่งออก ได้แก่ จีน สัดส่วน 70.4% อินโดนีเซีย 6.3% ญี่ปุ่น 4.6% มาเลเซีย 3.1% สหรัฐอเมริกา 2.0% เกาหลีใต้ 2.0% ตามลำดับ