เมื่อรายการทุ่งแสงตะวันเดินทางกลับสู่ “ยี่สาร” อีกครั้ง เด็กๆ ที่เคยวิ่งเล่นซุกซนเมื่อปี 2541 ก็กลับมาเจอกันอีกในวัยผู้ใหญ่ วัยที่บางคนกลายเป็นพ่อแม่ บางคนยังอยู่ในท้องถิ่น บางคนไกลไปถึงต่างแดน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนคือรอยยิ้มและความผูกพันสัมผัสได้ชัดเจน

แก๊งเด็กยี่สารในวันวาน
เรานัดกัน เจอะเจอกัน ไปด้วยกัน ตามหาความฝันอันรื่นรมย์ วันนี้นัดกันที่วัดเขายี่สาร ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ประกอบด้วย กิ๊บ-ราตรี ชลภูมิ แนน-อิทธิพล ประทีปพิชัย ทอม-เชาวลิต พุกดำ อ๋อง-พชรพล แก้วกาม และครูซึ่งเป็นผู้อาวุโสของชุมชน ครูไพรัช แก้วกาม
“วันนี้เรานัดเด็กๆ กลับมาคุยกันอีกครั้ง ต้องขอบคุณกิ๊บที่ประสานงานให้ทุกคนได้มาเจอกัน” พี่นกกล่าว
บนพื้นที่เดิมที่เคยเป็นสนามของจินตนาการ วันนี้ของเล่น จิ๊กซอว์ลูกตะบูน ดาบโกงกาง และลูกข่างจากลูกโพทะเล ถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง

ยี่สารที่คิดถึง
พี่นก : “ไม่ได้เล่นแบบนี้มากี่ปีแล้วแนน”
พี่แนน : “ขั้นต่ำก็สิบปีครับ”
พี่นก : “แล้วไม่สอนลูกเล่นบ้างเลยหรือ”
พี่แนน : “ไม่ค่อยครับ เด็กยุคนี้ไม่ค่อยเล่นกันแบบนี้แล้ว”
การกลับมาพบกันในวันนี้ไม่ใช่แค่พบปะกัน แต่คือการฟื้นชีวิตวัยเด็กที่ยังอยู่ในใจ ภาพวัยเยาว์เมื่อ 27 ปีก่อนถูกนำมาฉายซ้ำกลายเป็นบทสนทนาและเสียงหัวเราะ บางภาพปรากฏในวันเกิดผ่านการแคปหน้าจอและส่งให้กันทุกปี

กิ๊บ พี่ใหญ่ของกลุ่ม
พี่กิ๊บ : “ทุกวันเกิดเราจะส่งภาพจากทุ่งแสงตะวันให้กัน อย่างวันเกิดอ๋อง กิ๊บก็จะแคปแล้วแฮปปี้เบิร์ธเดย์กัน ทุ่งแสงตะวันจึงไม่ใช่แค่รายการ แต่คือภาพถ่ายในความทรงจำของพวกเรา”
ทุ่งแสงตะวันเลยกลายเป็นสมุดภาพเล่มสำคัญของชีวิตที่ไม่เคยลืม เพราะกระตุ้นความทรงจำกันทุกวันเกิด จากเด็กดื้อ เด็กซน เด็กที่อยากลองอยากรู้ วันนี้พวกเขามีชีวิตที่ต้องแบกรับภาระความรับผิดชอบมากขึ้น บางคนทำงานหน่วยงานท้องถิ่น บางคนสืบทอดกิจการ บางคนยังอยู่ในวิถีชีวิตชายเลนอย่างเงียบๆ

แก๊งเด็กยี่สารในวันนี้
พี่นก : “เด็กดื้อคือเด็กที่กล้าคิดกล้าทำ เด็กยี่สารดื้อเพราะอยากรู้ อยากลอง อยากเล่น อยากถ่ายเอง ใช่มั้ยกิ๊บ”
พี่กิ๊บ : “ใช่เลยค่ะ”
พี่นก : “วัยเด็กมันเป็นวัยยังไงนะแนน”
พี่แนน : “ไม่ต้องคิดอะไรมาก”
พี่นก : “แล้ววัยนี้ล่ะ”
พี่แนน : “คิดเยอะครับ”

แนนกับของเล่นในวัยเด็ก
แม้พี่ๆ ทีมงานจะห่างจากกันมานาน แต่ได้เห็นว่ามิตรภาพของเด็กๆ ยังเหมือนเดิม พวกเขายังคงส่งภาพแคปคลิปทุ่งแสงตะวันส่งต่อในกลุ่มทุกครั้งที่ใครสักคนมีวันพิเศษ นั่นคือวิธีหนึ่งในการรักษาความผูกพัน
ความสนุกในอดีตกลับมาพร้อมเสียงหัวเราะของความทรงจำ อ๋องประดิษฐ์ดาบจากรากโกงกาง

อ๋องประดิษฐ์ดาบโกงกาง
ทอมหมุนลูกโพให้ดู แนนงัดลูกตะบูนออกจากกล่อง แม้หลายคนบอกว่า “ลืมไปแล้ว” แต่พอลองหยิบจับ ความรู้สึกเก่าก็กลับมาเอง จากภาพเด็กๆ ที่เล่นซน วันนี้ทุกคนมีบทบาทใหม่ในชีวิต
พี่แนน : “ตอนนี้ผมทำกิจการถ่านโกงกาง ต้องรับผิดชอบเยอะครับ ต้องคุมงาน จัดการทุกอย่าง”
พี่อ๋อง : “เป็นครูพละอาสา อยู่กับเยาวชน ได้ใช้พลัง ได้สอนเด็กเหมือนที่เคยเป็นเด็กมาก่อน”
พี่ทอม : “ยังทำประมงเหมือนเดิมครับ หาปูแสมในป่าชายเลน แต่มันไม่ใช่ความสนุกเหมือนเดิมแล้ว มันคือความสงบและเป็นอาชีพ”

ทอมปั่นลูกโพทะเล
เมื่อถามถึงอีกสิบปีข้างหน้า
พี่กิ๊บ : “จะกลับมาอยู่ยี่สารเลย ภายใน 5 ปี”
พี่แนน : “ขยายกิจการ ไม่พึ่งพ่อค้าคนกลาง”
พี่อ๋อง : “ยังอยากเป็นครูพละ อยากอยู่ที่นี่”
พี่ทอม : “คงทำประมงเหมือนเดิม ถ้าทรัพยากรยังไหว”
แม้เวลาจะเปลี่ยน แม้บริบทจะเปลี่ยน แต่หัวใจยังคงยี่สาร ความผูกพันที่ไม่เคยลดลง

ครูไพรัช แก้วกาม
ท้ายรายการ “ครูไพรัช” คุณแม่ของอ๋อง ครูเก่าก่อนในชุมชน สอนลูกหลานพ่อแม่ลุงป้าของเด็กๆ ต่อเนื่องมานาน กล่าวสั้นๆ อย่างกินใจ
ครูไพรัช : “พวกเขายังเป็นลูกหลานของเราเสมอ ความผูกพันไม่เคยลดลงและจะไม่หายไปไหน”
เมื่อถามถึงยี่สารในความรู้สึกของแต่ละคน คำตอบที่ได้อาจไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมอีกเลย
คือห้องครัว คือความอบอุ่น คือความผูกพัน คือครอบครัว คือชีวิต
ทุ่งแสงตะวันอาจเป็นเพียงรายการหนึ่งในความทรงจำของใครหลายคน แต่สำหรับเด็กยี่สาร รายการนี้คือประตูเชื่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เป็นภาพสะท้อนของชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างสวยงาม พร้อมด้วยมิตรภาพที่ไม่เคยเลือนหาย และหากวันหนึ่งเราได้พบกันอีก…ไม่ต้องมีคำพูดใดมากมาย แค่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะก็เพียงพอที่จะรู้ว่า..ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
พบกับทุ่งแสงตะวัน ตอน วันนั้นในวันนี้ที่ยี่สาร วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 05.05 น. ทางช่อง 3 กด 33 และทางออนไลน์ เฟซบุ๊กทุ่งแสงตะวัน ยูทูบ Payai TV เวลา 07.30 น.
อาทร ริมทาง