ห่างหายไปนาน สำหรับอดีตพิธีกร ชื่อดัง ‘อุ๊’ ช่อผกา วิริยานนท์ ล่าสุดหวนคืนวงการบันเทิงด้วยบทบาทการเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับซีรีส์ทางการแพทย์เรื่อง “ความลับใต้เสื้อกาวน์” ซึ่ง แพทยสภา จับมือ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกันผลิต
โดยเจ้าตัวได้มาพูดคุยถึงเบื้องหลังการผลิตซีรีส์เรื่องดังกล่าว ที่มีทั้งสิ้น 4 ตอน ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 16.00 น. ทางช่องวัน 31 เริ่มตอนแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา

★ ที่มาที่ไปของโปรเจ็กต์นี้?
อุ๊ – “ความลับใต้เสื้อกาวน์ เป็นซีรีส์เรื่องแรกของแพทยสภา ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เราห่างหายจากวงการไปพักนึงก็มาทำงานเบื้องหลัง เปิดบริษัททำงานด้านสื่อ ประชาสัมพันธ์ จัดอีเวนต์ ทำโครงการการสื่อสาร ก็จะทำงานกับองค์กร หน่วยงานราชการเยอะ เลยมีโอกาสได้ร่วมงานกับแพทยสภาหลายโปรเจ็กต์ 8-9 ปี ทำให้เข้าใจวิถีชีวิตแพทย์ ข้อจำกัดในวงการแทพย์ วัฒนธรรมวงการแพทย์
พอแพทยสภามีโปรเจ็กต์นี้ ท่านเลขาธิการก็โทรศัพท์มาติดต่อเรา ก็เลยได้มาเป็นโปรดิวเซอร์ซีรีส์เรื่องนี้ ได้บริษัทมาสเตอร์วันฯ ผลิตให้ ส่วนบทจะเป็นคุณหมออุบลพรรณ วีระโจง เป็นคนเขียน แล้วมีคณะแพทยสภาที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นที่ปรึกษาในการถ่ายทำและปรับปรุงบทนี้อีกทีนึง เป็นอะไรที่ท้าทายมาก

ก็เป็นโอกาสที่วงการเราจะได้พัฒนาซีรีส์ทางการแพทย์ของประเทศไทยว่าจะทำให้ดี ถูกต้อง มืออาชีพ ทำให้การทำซีรีส์ครั้งนี้ยกระดับความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพตนเองของคนดู โดยเฉพาะการเตือนภัย ให้คนดูรู้ว่าต้องระมัดระวังเรื่องอะไร เป็นโอกาสที่จะได้ทำงานศิลปะร่วมกับแพทย์ แล้วก็ได้ประโยชน์กับคนดูด้วย”
★ มีกี่ตอน?
อุ๊ – “มี 4 อีพี อีพีละ 30 นาที เราหยิบยกข้อมูลทางการแพทย์ที่ประชาชนควรรู้ เป็นข้อมูลที่สัมผัสจับต้องได้ กระตุ้นคนดูว่าจะต้องลุกขึ้นมาดูแลตัวเองมากหน่อยในเรื่องนั้นๆ เป็นการรู้เท่าทันข้อมูลสุขภาพของประชาชน

โปรเจ็กต์มันมีความซับซ้อนอยู่ เพราะเป็นวิทยาศาสตร์การแพทย์จ๋าๆ กับทีมคนทำละครที่เป็นศิลปะจ๋าๆ พอสองส่วนที่อยู่คนละขั้วมารวมกัน ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว การทำงานเป็นอะไรที่ดีทุกฝ่ายใจกว้างและรับฟังกัน ทำให้ได้งานที่ดีออกมา กับการทำงานให้สนุกที่สุด ถูกต้องที่สุดในงบประมาณที่น้อยที่สุด
แล้วเพิ่งรู้ว่าหมอที่มาทำงานในส่วนของแพทยสภาเป็นงานอาสา ไม่มีค่าตอบแทน ทำงานกันเหนื่อยมากเพื่อพัฒนาวงการแพทย์และให้ ความรู้กับประชาชน”

★ คุณหมอมาเล่นด้วย?
อุ๊ – “มาประกบข้างนักแสดงเลย เขาตรวจคนไข้แล้วมาเข้าฉาก แกเสียสละมากนะ ต้องขอบคุณคุณหมอที่เขียนบท และคุณหมอที่มาร่วมงานกัน ได้ทำความเข้าใจร่วมกันอย่างหนึ่งว่าไม่มีหมอคนไหนในประเทศไทยที่จะสามารถเป็นที่ปรึกษาในการทำซีรีส์ที่เต็มไปด้วย ชีวิตหมอเฉพาะทางหลายๆ ด้านได้ สุดท้ายเราต้องไปถามแพทย์เฉพาะทางในด้านนั้น หมอเรียนหนังสือมาเยอะนะคะ แต่พอลงในรายละเอียดโรคที่ไม่ใช่ด้านที่เขาถนัดเขาตอบไม่ได้นะ มันไม่ใช่เรื่องที่เขาศึกษามา”

★ เรื่องนี้หมอต้องเป็นคนดี ไม่กระทบภาพลักษณ์ความเป็นหมอที่สังคมมองมา?
อุ๊ – “มันต้องมี ย้ำมันไม่ใช่บทที่เขียนเอามาจากเรื่องจริง ตัวละคร เรื่องราวสมมติ แต่ลักษณะเหตุการณ์บางเหตุการณ์ในซีรีส์นี้เป็นเหตุการณ์จริง ประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นจริง”
★ รับมือกับการจับผิดของคน เพราะที่ผ่านมาซีรีส์ประเภทนี้ถูกจับผิดบ่อย?
อุ๊ – “ยอมรับว่ามันค่อนข้างละเอียดอ่อน ที่ทำมาก็ไม่คิดว่าเราทำถูกต้องที่สุดนะ เราดูตัดต่อก็ยังเห็นข้อบกพร่อง ยังตกใจเลยว่าเราเฝ้าขนาดนี้ยังมีได้ยังไง แปลว่าการทำซีรีส์ทางการแพทย์มันละเอียดอ่อนมากๆ เช่น สีของเลือดจากแผลผ่าตัดมันจะเข้มเท่าไหร่ต้องไปหา แผลที่สีเลือดประมาณนี้เน่ากี่วัน ต้องช้ำเลือดช้ำหนองแค่ไหน หรือการดูดไขมัน ก็จะมีไขมันผสมเลือด เมื่อวางทิ้งไว้กี่ชั่วโมง ชั้นต้องแยกแบบไหน สีต้องประมาณไหน แม้ในเฟรมจะเห็นภาพพวกนี้แค่ไกลๆ แต่ก็ต้องใส่ใจในรายละเอียด

ซีรีส์ชุดนี้จับผิดได้ถ้าจะจับผิด ต้องยอมรับว่าเราไม่ได้มีประสบการณ์มากพอ อาจมีเรื่องที่เราไม่ 100% โผล่ ออกมา ต้องขอออกตัวล่วงหน้าถ้าใครเจอข้อผิดพลาด มวลรวมก็โอเคแหละ แต่ถ้าคนอยากจะจับผิดก็คงเจอ และเราก็น้อมรับ
นี่เป็นครั้งแรกของพวกเรา ที่แพทยสภาลุกขึ้นมาเป็นผู้จัดซีรีส์ทางการแพทย์ ก็ต้องมีแหละอะไรที่ไม่ 100% แต่ก็จะขอบคุณทุกคนที่แนะนำ ติชมเข้ามา แต่อย่าด่าเยอะนะคะเดี๋ยวเสียใจเยอะ ผิดเป็นครูค่ะ”
กัณฑมาศ ธรรมณี