ฮั่วเซ่งเฮง จับตาทองคำโลก หลังประธานเฟดสายเหยี่ยวคุม สวนทางมุมมองเดิมของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยในยุคทรัมป์ พร้อมมองราคาทองคำเป้าหมายสูงสุดของปีแตะ 88,000 บาท

วันที่ 3 ก.พ. 2569 ฮั่วเซ่งเฮง ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่าย-รับซื้อ ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ ผู้ให้บริการลงทุนทองคำแท่งทั้ง 96.5%, 99.99% และการออมทองคำ รวมถึงเป็นบริษัทผู้นำเข้า/ส่งออก ทองคำแท่ง เปิดเผยว่าตลาดการเงินโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ ภายหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เสนอชื่อ นายเควิน วอร์ช ขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด คนใหม่แทน นายเจอโรม พาวเวลล์ ที่กำลังจะหมดวาระในเดือนพ.ค.ปีนี้

ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงเกือบ 10% ภายในวันเดียว ท่ามกลางการพุ่งขึ้นของดอลลาร์ที่รับข่าวนโยบายสายเหยี่ยว

อย่างไรก็ดีประเด็นที่นักลงทุนทองคำ ต้องจับตา คือ สมดุลใหม่ระหว่างความเป็นอิสระของเฟด และแรงกดดันทางการเมือง พร้อมวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับราคาทองคำที่ความผันผวน ในขณะที่ ฮั่วเซ่งเฮง ยังมองเป้าหมายสูงสุดราคาทองคำในตลาดโลกปีนี้ที่ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ย้อนรอยศุกร์ทมิฬ ทองคำดิ่งหนักสุดในรอบ 40 ปี

ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัซ ได้ย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลก ปรับตัวลดลงเกือบ 10% ภายในวันเดียว โดยราคาทองคำ Spot ร่วงจากระดับ 5,377 ดอลลาร์ ลงมาทดสอบที่ระดับ 4,688 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว (เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2526 โดยราคาปรับตัวลงกว่า 9.59%) ขณะที่โลหะเงิน (Silver) เผชิญแรงเทขายหนัก ทรุดตัวลงกว่า 30% ภายในวันเดียว

การปรับฐานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แต่ตลาดกำลังมองว่า การเข้ามาของ นายเควิน วอร์ช อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของเฟด (Fed Pivot)

ทำไมต้องเป็น ‘เควิน วอร์ช’?

ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัซ วิเคราะห์ต่อด้วยว่า แม้ทรัมป์จะเคยส่งสัญญาณว่าต้องการประธานเฟด ที่ ‘สั่งได้’ และพร้อมลดดอกเบี้ยเชิงรุก แต่การเลือกวอร์ชกลับสร้างความประหลาดใจ เพราะนายวอร์ ชมีประวัติเป็น ‘สายเหยี่ยว’ (Hawk) ที่ชัดเจนในอดีต

อย่างไรก็ดี ในช่วงวิกฤตปี 2008 (พ.ศ.2551) นายวอร์ช คือผู้ประสานงานหลักระหว่าง เฟด และสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ (Liaison to Wall Street) ภายใต้การนำของนายเบน เบอร์นันเก้

โดยนายวอร์ช เคยลาออกจากเฟด ในปี 2011 (พ.ศ.2554) เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการพิมพ์เงิน (QE) และการคงดอกเบี้ยต่ำนานเกินไป ซึ่งนายวอร์ช เรียกว่าเป็น ‘การกดขี่ทางการเงิน’ (Financial Repression)

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Investopedia และ The Guardian วิเคราะห์ว่า ในช่วงไม่กี่เดือนก่อนการเสนอชื่อ นายวอร์ช เริ่มปรับโทนเสียงให้สอดคล้องกับทรัมป์มากขึ้น โดยวิจารณ์ว่า เฟดภายใต้การนำของนายเจอโรม พาวเวลล์ นั้น ‘เดินเกมช้าเกินไป’ (Backward-looking) และควรลดดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนนโยบายฝั่งอุปทาน (Supply-side Economics) ของทรัมป์

ผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์และทองคำ

การมาของนายวอร์ชทำให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) พุ่งขึ้นทันที เนื่องจากตลาดกำลังคาดหวังว่า “วอร์ช” จะสามารถต้านทานแรงกดดันจากการแทรกแซงทางการเมือง และนำพาเฟดไปสู่การกำหนดนโยบายที่มีความเป็นกลางมากขึ้น พร้อมทั้งเปลี่ยนการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยให้เป็นกระบวนการที่คาดการณ์ได้และโปร่งใส

นักยุทธศาสตร์จาก OCBC มองว่า การพักฐานของทองคำเป็นสิ่งที่ ‘หลีกเลี่ยงไม่ได้’ หลังจากราคาวิ่งขึ้นแบบ Parabolic มาตลอดปี 2568 ส่วนการเสนอชื่อนายวอร์ช เป็นเพียง ‘ชนวน’ (Trigger) ที่ทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรครั้งใหญ่เท่านั้น

มุมมองและกลยุทธ์จากฮั่วเซ่งเฮง

แม้ในระยะสั้นทองคำจะเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น แต่ฮั่วเซ่งเฮงมองว่า ‘แนวโน้มขาขึ้นในภาพใหญ่ยังไม่จบ’ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีตอบโต้การค้า การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (De-dollarization) และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก

สำหรับราคาทองคำในประเทศช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 69,000-88,000 บาท ส่วนราคาเป้าหมายสูงสุดของปี คาดว่าอาจสูงถึงระดับ 88,000 บาท

“ราคาทองคำปีนี้ที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงมากต่อเนื่องจากปี 2568 นักลงทุนจำเป็นต้องติดตามราคาทองโลก เงินบาท และปัจจัยที่กระทบกับราคาทองคำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบายของทรัมป์ที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินเป็นพิเศษ” ฝ่ายวิเคราะห์ฮั่วเซ่งเฮง กล่าว

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น หากราคาย่อตัวลงมาที่ 4,500 ดอลลาร์ (หรือเทียบเท่าราคาทองคำในประเทศราว 69,000 บาทต่อบาททองคำ) เป็นจุดที่น่าสนใจในการทยอยเข้าซื้อสะสม

กลยุทธ์การลงทุนระยะยาว แนะนำ ‘ถือต่อ’ โดยควรมีทองคำติดพอร์ตไว้ 10-15% เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงครามการค้าและความผันผวนของนโยบายทรัมป์ที่อาจกลับมาสร้างภาวะเงินเฟ้อในอนาคต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน