“เบิร์ด วันว่างว่าง” จ่อโดนอีก 1 ข้อหา ฝ่ายกฎหมายบริษัทจระเข้ฯ กาวยาแนว จ่อเอาผิด พ.ร.บ.คอมฯ เตือนคนแชร์คอนเทนต์ขยะให้รีบลบ มีโทษเทียบเท่ากับโพสต์เอง
จากกรณีคลิป “เบิร์ด วันว่างว่าง” อินฟลูเอนเซอร์ ทำคลิปนำวัตถุผงสีขาวใส่ถุง “กาวยาแนว” มาประแป้งประชาชนในเทศกาลสงกรานต์ที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและเป็นอันตรายนั้น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 พ.ค. 2569 ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 เมืองทองธานี เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัทเจ้าของถุงกาวยาแนวตราจระเข้ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.4 สอท.2 เพื่อหารือแนวทางการดำเนินคดี เนื่องจากทำให้ภาพลักษณ์บริษัทเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายเปิดเผยก่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า วันนี้จะขอมาหารือกับตำรวจในข้อกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
ว่าเข้าข่ายความผิดใดบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่หากเข้าข่าย ทางบริษัทยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมาย แม้ว่าทาง “เบิร์ด วันว่างว่าง” จะออกมาชี้แจงว่าเป็นแค่คอนเทนต์ และในถุงผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นแค่แป้งก็ตาม ก็เป็นสิทธิ์ที่ “เบิร์ด วันว่างว่าง” จะทำได้
แต่ทางบริษัทก็ขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เพราะพบหลักฐานปรากฎหลายคลิป และมีตราสัญลักษณ์ยี่ห้อของบริษัทชัดเจน ทำให้ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ยื่นยันว่าทางบริษัทมีนโยบายชัดเจนในการปกป้องภาพลักษณ์องค์กรและมีความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดทางคดี
ด้าน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยความคืบหน้าหลังบริษัทกาวยาแนวตราจระเข้ ส่งตัวแทนและทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ “เบิร์ด วันว่างว่าง” ว่า บริษัทตราจระเข้ได้เข้ามาให้ข้อมูลและดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
โดยเบื้องต้นเข้าข่ายมาตรา 14 (1) เรื่องนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนสู่ระบบคอมพิวเตอร์ สร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชน มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท แต่หากเป็นการกระทำผิดต่อบุคคลหรือนิติบุคคล อย่างกรณีบริษัทจระเข้นี้ จะระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนกรณีที่ทนายความของ “เบิร์ด วันว่างว่าง” ได้ประสานเข้าพบตำรวจไซเบอร์แล้วในวันพรุ่งนี้ (6 พ.ค.) เวลา 11.30 น. ตำรวจจะขอเลื่อนไปก่อนเป็นช่วงปลายสัปดาห์ และอาจมีการแจ้งข้อหาในวันดังกล่าวเพิ่มอีก 1 คดี นอกเหนือจากคดีทำร้ายร่างกาย ที่ สภ.พระประแดงแจ้งข้อหาไปก่อนหน้านี้
ส่วนการปิดกั้นช่องของ “เบิร์ด วันว่างว่าง” นั้น ตำรวจไซเบอร์ได้เสนอกระทรวงดิจิทัลฯ ปิดไปบางส่วนแล้ว แต่ยังเหลืออีก 2 แพลตฟอร์ม คือ X และ Youtube ที่ยังไม่สามารถดำเนินการปิดได้ เนื่องจากแพลตฟอร์มอยู่ต่างประเทศ ต้องประสานผ่านอัยการสูงสุดและระบบ MLAT ส่วนถ้า “เบิร์ด วันว่างว่าง” จะปิดช่องหรือปิดเนื้อหาของตัวเอง ก็เป็นเรื่องดี เพราะแสดงว่าสำนักผิด รู้ว่าเป็นคอนเทนต์ขยะ ไม่ควรให้ประชาชนเข้าถึง
ทั้งนี้ฝากไปยังคนที่แชร์คอนเทนต์ขยะของ “เบิร์ด วันว่างว่าง” หรือคนอื่นๆที่ผิดกฎหมาย ก็ขอให้รีบลบเพราะการแชร์มีโทษเทียบเท่ากับโพสต์เอง ส่วนกรณีของบริษัทเลื่อยยนต์ไฟฟ้าที่เบิร์ด นำไปเล่นสงกรานต์ด้วยนั้น ตอนนี้ยังไม่ได้ประสานตำรวจไซเบอร์เข้าแจ้งความ แต่ก็อยากให้เดินทางมา
นอกจากนี้หากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เห็นว่าคอนเทนต์ของ “เบิร์ด” ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยได้รับความเสียหาย ก็สามารถเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ได้ทั้งหมด


