ชาวพัทลุงเฮ อบจ.ใจป้ำ ประกาศงดจัดเก็บภาษีน้ำมัน 90 วัน บรรเทาค่าครองชีพประชาชน หลังที่ประชุมมีมติ เว้นการจัดเก็บจากเดิมลิตรละ 4.54 สตางค์ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 5 พ.ค.2569 นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง แถลงข่าวประชาสัมพันธ์การงดจัดเก็บภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดจากการค้าน้ำมัน ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง

โดยมีประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง น.ส.กุลธิดา เพชรวงศ์ พาณิชย์จังหวัดพัทลุง และนายกำพู เพชรธำมรงค์ พลังงานจังหวัดพัทลุง ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน สื่อมวลชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังอย่างพร้อมเพรียง

นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกและภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทบต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้า ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง

ทั้งนี้ สมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ ได้หารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และได้นำข้อเสนอเสนอต่อสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ซึ่งมีมติให้แต่ละจังหวัดพิจารณาดำเนินมาตรการช่วยเหลือตามความเหมาะสมของพื้นที่

สำหรับจังหวัดพัทลุง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบัญญัติการจัดเก็บภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดจากการค้าน้ำมัน โดยกำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีเป็น 0.00 สตางค์ จากเดิมลิตรละ 4.54 สตางค์ เป็นระยะเวลา 90 วัน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

 

มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.69 เวลา 05.00 น. ถึงวันที่ 3 ส.ค.69 และจะกลับมาจัดเก็บในอัตราเดิมตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.69 เป็นต้นไป

นายวิสุทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินมาตรการครั้งนี้เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชน และหวังว่าจะสามารถบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวนได้ในระดับหนึ่ง

ด้านผู้ร่วมแถลงข่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างเห็นพ้องว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานในพื้นที่ และส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในระดับจังหวัด โดยเฉพาะภาคการขนส่งและการค้าปลีก

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงคาดหวังว่า มาตรการงดจัดเก็บภาษีในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการภาครัฐในช่วงภาวะเศรษฐกิจผันผวน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน