โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ โรงเรียนดังตรัง ออกกฎคุมเด็กมาสาย หักคะแนนในอัตราก้าวหน้า คาดโทษหนักถึงขั้นเปลี่ยนสถานศึกษา ครูชี้คอมเมนต์แจง
วันที่ 7 พ.ค.2569 กรณี เพจ นักเรียนเลว นำเสนอข้อมูลจากโลกโซเชียล ที่แห่แชร์ภาพกฎการหักคะแนนของโรงเรียนดังแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง ที่ออกระเบียบใหม่เกี่ยวกับการมาสายของนักเรียน โดยใช้ระบบหักคะแนนแบบอัตราก้าวหน้า เริ่มตั้งแต่เวลาเคารพธงชาติ 07.50 น. หากมาสายทุกๆ 10 นาที จะถูกหักเพิ่มครั้งละ 5 คะแนน สะสมสูงสุดถึง 60 คะแนน ในเวลา 09.50 น.
แต่หากมาเรียนหลังจาก 09.50 น. จะถูกหักเพียง 20 คะแนน เนื่องจากถือว่าเป็นการขาดเรียนโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ซึ่งได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็น ทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกันเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ ในเพจดังกล่าวยังระบุข้อมูล โดยเทียบกับคู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง ปี 2569 พบว่า การมาสายในแต่ละช่วงเวลา มีระดับโทษใกล้เคียงกับความผิดประเภทต่างๆ เช่น
- มาสายช่วง 08.01-08.10 น. หัก 10 คะแนน เทียบเท่าการใส่ชุดพละในวันที่ไม่มีคาบเรียน ปล่อยชายเสื้อ หรือโดดแถว
- มาสายช่วง 08.20-08.30 น. หัก 20 คะแนน เทียบเท่าหนีเรียน แต่งหน้า หรือปลอมลายเซ็นครู
- มาสายช่วง 08.41-08.50 น. หัก 30 คะแนน เทียบเท่าทำสีผม บากคิ้ว หรือหนีออกจากโรงเรียน
นอกจากนี้ การมาสายจนถูกหัก 30-50 คะแนน ยังถูกจัดให้อยู่ในระดับเดียวกับการกระทำที่ทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียง เช่น การโพสต์ภาพไม่เหมาะสม
ส่วนกรณีมาสายช่วง 09.21-09.30 น. จะถูกหัก 50 คะแนน เทียบเท่าการข่มขู่ บังคับ หรือส่งเสริมให้ผู้อื่นกระทำความผิด
ขณะที่การมาสายช่วง 09.41-09.50 น. จะถูกหัก 60 คะแนน ซึ่งถือว่าสูงมากหากเทียบกับความผิดประเภทอื่น
ทั้งนี้ หากนักเรียนถูกหักคะแนนสะสมตั้งแต่ 51-100 คะแนน อาจถูกพิจารณาให้เข้ารับการอบรมคุณธรรม ไปศาสนสถาน หรือถึงขั้นเปลี่ยนสถานศึกษา ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการกิจการนักเรียน
อย่างไรก็ตาม ครูท่านหนึ่งในโรงเรียน ออกมาโต้แย้งเพจ “นักเรียนเลว” กรณีที่มีการนำเสนอข้อมูลว่า นักเรียนมาสายแล้วถึงขั้นไล่ออกนั้น ดูแล้วค่อนข้างจะใส่ร้ายโรงเรียนเกินไป พร้อมอธิบายว่า การมาสายหลังเวลา 09.50 แล้วถูกตัดคะแนนลดลงเหลือ 20 คะแนน เพราะผู้ปกครองต้องมาส่งเท่านั้น
ส่วนการมาสายของครูทุกท่านไม่ต้องห่วง เพราะทางโรงเรียนให้ครูต้องสแกนหน้าเหมือนกับนักเรียน และนโยบายของผู้บริหารก็ให้มาโรงเรียนก่อนเวลา 07.30 น.ด้วย หากครูท่านใดสายบ่อย ก็เกี่ยวกับขั้นเงินเดือนอยู่แล้ว พร้อมย้ำว่า “วินัยเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต ไม่ว่าองค์กรไหน หน่วยงานไหน สังคมไหน ขาดวินัย สังคมไม่พัฒนา ชาติไม่เจริญ”