โทน บางแค ท้ารบ หากไม่โดนขู่จริง ไม่กล้าแจ้งจับบิ๊กตร. ย้ำ ไม่ได้เนรคุณ มาดามเก่ง โอดโดนสังคมตราหน้า เป็นคนหนีหนี้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 พ.ค.69 ที่สน.พหลโยธิน นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง พร้อมทนาย เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อชี้ตัวยืนยันตัวบุคคลที่จะแจ้งความดำเนินคดีว่าเป็นบุคคลใดบ้าง แต่มีบางคนที่ไม่ทราบชื่อสกุลจริง จึงนำภาพถ่ายมาให้ และมอบหลักฐานสำคัญทุกอย่างที่เกี่ยวกับคดีให้ตำรวจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เดินทางเข้ามาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. มาดามเก่ง และพวกรวม 5 คน
หลังจากการสอบปากคำ 1 ชั่วโมง โทน บางแค ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า สำหรับการผ่อนชำระหนี้ ยืนยันไม่บิดเบี้ยว มีการผ่อนชำระพร้อมดอกเบี้ยอยู่ตลอดเวลา ส่วนทรัพย์สินบางอย่างมาจากการทำธุรกิจมานานกว่า 10 ปี และทรัพย์สินหลายๆอย่างมีมาก่อนที่จะรู้จักมาดามเก่ง
สำหรับกรณีที่นำพระเครื่อง 152 องค์ มาค้ำประกันวงเงินกู้ 180 ล้านบาท ประเมินราคาพระเครื่อง 400 – 500 ล้านบาท ยืนยันว่า เป็น นาย ต.เต่า ที่เป็นคนสนิทของมาดามเก่ง และพระเครื่องบางส่วนในจำนวนนี้ตนก็เคยซื้อมาจากนาย ต.เต่า ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่ตีราคาในครั้งที่ 2 ราคา 35-40 ล้านบาท ซึ่งมีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า โทน และ นาย ต.เต้า รู้เห็นกันหรือไม่
นายโทน ยอมรับว่า นาย ต.เต่า ประเมินครอบคลุมกับทรัพย์ที่นำมาวาง ซึ่งตัวเลข 400-500 ล้านบาท ตนไม่ได้พูด เพียงแค่ทราบว่าพระเครื่อง 152 องค์ เกินวงเงิน 180 ล้านบาท ส่วนการประเมินรอบที่2 ที่เหลือราคาเพียงแค่ 35-40 ล้านบาท ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ ตนไม่ทราบว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้มาดามเก่งไม่พอใจหรือไม่
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตพระเครื่องราคา 400-500 ล้านบาท ทำไมถึงไม่ขายแล้วนำเงินมาใช้หนี้ นายโทน ชี้แจงว่า ทรัพย์สินไม่ได้มีเพียงแค่เงินสด แต่มีหลายๆรายการที่ตนได้ทยอยชำระหนี้ไปหมดแล้วหลายรายการ ซึ่งทั้งหมดเป็นเหตุในการรับสภาพหนี้ทั้ง 2 สัญญา ซึ่งมีการเสียดอกเบี้ย
หากอยากรู้ข้อเท็จจริง ให้ไปสอบถาม “อั๋น โกกิ” เซียนพระ ที่เสียค่าดอกเบี้ยให้มาดามเก่งสูงถึง 200 ล้านบาท แต่ตนที่กู้เงิน 800 ล้านบาท ต้องเสียดอกเบี้ยเท่าไร พร้อมกับยืนยันว่า ถ้ามาดามเก่งไม่เชื่อมั่น จะมาลงทุนกับตนหรือไม่
ส่วนที่มีหลายคนมองว่าทำเป็นขบวนการ นายโทนยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นที่มีรายชื่อปรากฏ ขณะนี้ขอเน้นไปที่ตัวเองและมาดามเก่งเท่านั้น ซึ่งในจำนวนนี้ก็มีบางคนที่ยังเป็นลูกหนี้ตนอยู่ แต่ที่โดนดึงเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากไปร้องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ขอให้ทุกคนคิดเอาเองว่าเป็นเพราะอะไร
การที่ไปแสดงตัวเมื่อวานนี้ก็ยอมรับว่ารู้สึกร้อนใจเนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ถ้าหากมีหมายเรียก หรือหมายจับ ก็สามารถติดต่อตนได้ตลอดเวลา จะไม่หนีไปไหน แต่ตนถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนหนีหนี้ พร้อมกับตั้งคำถามว่าเรื่องทั้งหมดถ้าหากไม่เกิดขึ้นจริงว่าตนถูกข่มขู่ เซียนพระคนหนึ่งจะกล้าดำเนินคดีกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรือไม่
ส่วนการที่สังคมมองว่านายโทนเนรคุณมาดามเก่ง นายโทน บอกว่า ทุกทรัพย์สินมีการตอบแทนเป็นการเสียดอกเบี้ย ส่วนความสัมพันธ์ภูมิหลัง ขอให้ไปไล่ย้อนดูว่านายทุนมีจุดประสงค์อะไร

