DSI ปูพรมตรวจค้น 6 จุด ขยายผลพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ โยงนักการเมืองระดับประเทศ ทั้งใน-ต่างประเทศ เงินทุนหมุนเวียนกว่าพันล้านบาท จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 ราย
วันที่ 4 มิ.ย.2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้น ขยายผล และรวบรวมพยานหลักฐานในพื้นที่เป้าหมายรวม 6 จุด ได้แก่ จังหวัดสงขลา 4 จุด จังหวัดพัทลุง 2 จุด ตามแผนการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษที่เกี่ยวข้อง กับเครือข่ายการพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ และนักการเมืองระดับประเทศ
โดยสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาราย นายพิสรรค์ (สงวนนามสกุล) ได้ที่อำเภอป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ผู้ต้องหารายนี้มีความใกล้ชิดกับผู้บริหารเว็บไซต์พนันออนไลน์ มีพฤติการณ์ร่วมดำเนินกิจการการพนันออนไลน์โดยผิดกฎหมาย ทำหน้าที่รับ-โอน เงินรวมถึงพักเงิน เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการ ซึ่งมีเงินหมุนเวียนผ่านบัญชีของตนเอง จำนวน 50,941,746.30 บาท ในช่วงเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น
ก่อนหน้านี้นายพิสรรค์ฯ เคยต้องโทษจำคุกในคดียาเสพติด เมื่อปี พ.ศ.2565 ด้วย ซึ่งจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานที่สำคัญได้จำนวนหนึ่งที่มีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองระดับประเทศ และบุคคลหลายกลุ่มทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และวิเคราะห์เพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายดังกล่าว

คดีนี้สืบเนื่องจากการสืบสวนสอบสวนกรณีที่มีบุคคลซึ่งเป็นนักการเมืองระดับประเทศรายหนึ่งกับพวกที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมการพนันออนไลน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีพฤติการณ์ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นอั้งยี่ รวมถึงความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย อันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

คดีดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่สะท้อนถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการ ในการปราบปรามเครือข่ายการพนันออนไลน์ การฟอกเงิน และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง อันเป็นการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ รักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
ภายหลังการดำเนินการตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยนำตัวผู้ต้องหาและสำนวนคดีให้อัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

กรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกรายโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน