เจ้าของร้อง จนท.อบต.จับหมาที่เลี้ยงไปปล่อยทิ้งตามยถากรรม หายตัวไม่รู้ชะตากรรมนาน 3 เดือน ลั่น ! ให้เวลาตามหา 1 เดือนหากไม่พบหมาจะดำเนินคดีหน่วยงานถึงที่สุด
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มิ.ย.2569 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร นายบุญชวน ตั้งปัญญา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้ำไหล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนต่างๆของ อบต. และผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลคลองน้ำไหลเข้าร่วมประชุม หารือร่วมกับนายกิติคุณ พลวัน ประธานชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์ และคณะ
หลังจากที่ นางวาสนา อายุ 48 ปี ชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลคลองน้ำไหล ได้ทำเรื่องร้องเรียน ไปยัง เพจฯชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์ ว่าสุนัขเพศผู้ พันธุ์ไทยผสมบางแก้ว ชื่อ“เจ้าจ้อน” อายุ 2 ปี ที่ตนเลี้ยงไว้ และเป็นเจ้าของ ให้ข้าวให้อาหารไว้ ได้หายไปอย่างไร้วี่แวว จึงได้ออกตามหายังสถานที่ต่างๆ
ภายหลังทราบจากชาวบ้านว่า เจ้าจ้อนถูกเจ้าหน้าที่จาก อบต. และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จับไป โดยยังไม่ทราบว่านำเอาไปไว้จุดใด เมื่อไปสอบถามทางเจ้าหน้าที่ ได้รับคำตอบว่าได้นำไปปล่อยในบริเวณวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งตนได้ติดตามสอบถามชาวบ้าน และพระภายในวัด ซึ่งก็ไม่มีใครรู้เห็น คาดว่าเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวไม่ได้นำไปปล่อยภายในวัดอย่างที่กล่าวอ้าง ประเด็นคือ นำเจ้าจ้อนไปปล่อยไว้ที่ใด
ที่ผ่านมา ทางเจ้าของได้ตามหา ในพื้นที่นานกว่า 1 เดือน ก็ยังไม่มีวี่แววที่จะเจอ จึงได้ร้องขอความช่วยเหลือไปยัง เพจฯ ชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์ ซึ่งทางคณะของชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์ ก็ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอดในวันนี้ จึงได้นัดหมายเจ้าหน้าที่ อบต.คลองน้ำไหล เพื่อประชุมหารือชี้แจ้งและหาข้อสรุปอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร
ด้าน ประธานชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์ กล่าวว่า หลังจากที่ทางชมรมได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว วิเคราะห์ได้ว่าการที่เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล นำสุนัขไปปล่อยทิ้ง ในลักษณะที่ขาดการจัดการที่ดี ไม่ว่าจะเป็นสุนัขจรจัด หรือสุนัขที่มีมีเจ้าของ ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดกฎหมายหลายฉบับ
ซึ่งในส่วนของกฎหมายคุ้มครองสัตว์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็คือความผิดตาม พรบ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ปี พ.ศ.2557 แม้จะเป็นหน่วยงานรัฐแต่ไม่มีกฎหมายใด ให้อำนาจเจ้าหน้าที่จับไปปล่อยทิ้ง ให้เผชิญอันตราย โดยปราศจากการดูแล
การกระทำนี้เข้าข่ายความผิดชัดเจน 2 มาตราคือมาตราที่ 23 ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้ห้ามมิให้ เจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใดๆให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควร และขณะเดียวกันทาง อบต. ได้จับสัตว์มาอยู่ในความควบคุมแล้ว อบต.จะมีฐานะเป็น “เจ้าของสัตว์” ตามนิยามกฎหมายทันทีเพราะเป็นผู้ครอบครองหรือดูแลสัตว์นั้นอยู่ ซึ่งมีบทลงโทษตามมาตราที่ 32 ปรับไม่เกิน 40,000 บาท

รวมถึงมีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเป็นกฎหมายอาญามาตรา 157 สำหรับตัวเจ้าหน้าที่ อบต. หรือผู้ผู้บริหารที่มีส่วนร่วมในการสั่งการหรือนำสุนัขไปปล่อย ซึ่งพฤติกรรมที่เข้าข่ายก็คือการจัดการสุนัขจรจัดในพื้นที่ อบต. มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามแนวทางของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เช่น การทำหมัน การจัดศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “การเอาไปปล่อยทิ้ง” นอกจากจะขัดต่อกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์แล้ว ยังเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด และสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้แก่ประชาชนในจุดที่นำสัตว์ไปปล่อยด้วย
ซึ่งมีบทลงโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในขณะเดียวกันหากสุนัขที่ อบต. นำไปปล่อยเป็นสุนัขที่มีเจ้าของดูแลอยู่แม้จะปล่อยเดินในทางสาธารณะชั่วคราวและที่ไปปล่อยจุดอื่นจนสูญหายหรือได้รับอันตราย ซึ่งก็มีความผิดในฐานทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 358 ด้วย โดยแนวทางกฎหมายสัตว์เลี้ยงถือเป็นทรัพย์สินการเอาไปปล่อยจนสูญหายหรือเสียชีวิตเข้าข่ายทำให้ไร้ประโยชน์หรือเสื่อมค่า

ขณะที่ เจ้าหน้าที่นิติกร ของทาง อบต. ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาผลการสอบสวนในกรณีดังกล่าว ยังอยู่ในห้วงของการรวบรวมข้อมูล ที่มาที่ไปต่างๆเพื่อนำมาหาข้อสรุป ในข้อกฎหมายของการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในชุดดังกล่าว ซึ่งจุดนี้ทางฝ่ายนิติกรจะขอเวลาสักระยะ และเมื่อเสร็จสิ้นก็จะได้รายงานให้กับผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบต่อไป ในส่วนของตัวสุนัข ขอเวลาอีกประมาณ 1 เดือน ถึงค่อยมาหารือพูดคุยกันอีกครั้ง
ด้าน นางวาสนา เจ้าของสุนัข กล่าวว่า สุนัขของตนหายไปตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้ติดตามทุกวัน พยายามสอบถามว่า จับน้องไปไว้ตรงไหน ในฐานะที่ตนเป็นจิตอาสา ให้ข้าวให้น้ำหมาตัวนี้ มาประมาณ 2 ปีแล้ว เมื่อไม่พบเห็นก็ตามหาทุกวัน หลังเลิกงานตามหาทุกที่แต่ก็ไม่มีวี่แวว ตนไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหนแล้ว ในความรู้สึกตนอยากให้ไปเจอผู้ที่อุปการะที่ดี เราก็ยินดี หรือใจนึกก็คิดว่าคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว โดยในที่ประชุมได้มีการพูดคุยถึงการตามหาสุนัขตัวนี้ หากตามหาไม่เจอ ก็จะให้ทาง อบต. รับผิดชอบต่อไป ซึ่งทาง อบต. นัดไว้ประมาณวันที่ 3 ก.ค.นี้ ส่วนเจ้าจ้อนจะมีชีวิตอยู่หรือไม่นั้นคิดว่าคง 50: 50 เพราะตามหาจนทั่วคลองน้ำไหลแล้ว ก็ไม่พบ แต่ถึงอย่างไรตนก็อยากให้เจ้าจ้อนมีชีวิตอยู่

ด้าน นายกิติคุณ พลวัน ประธานชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์ กล่าวว่า “ผลการประชุมในวันนี้ตนพึงพอประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่เราต้องการถามคือนำสุนัขไปไว้ที่ไหน สุนัขอยู่ที่ไหน เพราะถ้าหาตัวไม่เจอใครจะรับผิดชอบเพราะตอนนี้มีผู้ร้อง ทราบว่าได้ติดตามทวงถามมาหลายครั้งแล้วแต่ทาง อบต. ก็ไม่ได้ติดตามอย่างทันท่วงที เหมือนปล่อยปละละเลย ซึ่งตรงนี้เราก็แจ้งว่าให้เขาเร่งรีบ เพราะมันจะมีกระบวนการของกฎหมายในมาตรา 157 อยู่ เพราะฉะนั้นต้องติดตามสุนัขตัวนี้ให้เจอ ถ้าไม่เจอจะมีความรับผิดชอบอย่างไร ซึ่งตนมองว่าจะต้องมีคนรับผิดชอบทั้งวินัยและอาญา ซึ่งข้อสรุปหากหาตัวสุนัขไม่เจอจะต้องมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกันไป ทั้งตนก็เข้าใจและเห็นใจ ทางเจ้าหน้าที่ ในขณะเดียวกันตนก็รู้สึกเห็นใจสัตว์เพราะสัตว์พูดไม่ได้ ซึ่งวันนี้ตนพอใจ ผลการประชุม 70 % อีก 30 % ตนคาใจถึงขบวนการสอบสวน รวมถึงการติดตามและการปฏิบัติหน้าที่ และการปล่อยปะละเลย เหมือนมองไม่เห็นคุณค่า ความสำคัญของสัตว์ ก็คือสุนัข