อินฟลูฯพลัสไซซ์ ลั่นเคยผอมจนมาน้ำหนักพุ่ง สุดท้ายดันปัง เชื่อทุกคนมีความสวยของตัวเอง-น้ำหนักไม่ใช่ตัวชี้วัดความสุข
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ฟูจิตะ ชิอง อินฟลูเอนเซอร์สาวพลัสไซซ์วัย 33 ปี โพสต์ภาพเปรียบเทียบตัวเองในช่วงที่มีน้ำหนักต่างกันถึง 35 กิโลกรัมผ่านแพลตฟอร์ม X พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้กับความกังวลเรื่องรูปร่าง จนกลายเป็นไวรัล
ฟูจิตะมีส่วนสูง 158 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 76 กิโลกรัม เธอเป็นที่รู้จักจากการสร้างคอนเทนต์แฟชั่นสำหรับสาวพลัสไซซ์ รวมถึงรีวิวอาหารและไลฟ์สไตล์ จนมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเธอไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา น้ำหนักตัวเคยเปลี่ยนแปลงมากถึง 50 กิโลกรัม
ฟูจิตะเล่าว่า ในช่วงมัธยมปลาย เธอให้ความสำคัญกับสายตาและความคิดเห็นของคนรอบข้างมาก จนเกิดภาวะไม่มั่นใจในรูปลักษณ์อย่างรุนแรง ช่วงนั้นเธอมีน้ำหนักเพียง 38 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นช่วงที่ผอมที่สุดในชีวิต แต่แม้จะผอมมากแล้ว เธอกลับยังใช้ชีวิตอยู่กับความกลัวว่าจะอ้วนขึ้นทุกวัน
ต่อมา เธอได้เดบิวต์เป็นไอดอล โดยคงน้ำหนักไว้ 50 กิโลกรัม ซึ่งเป็นรูปร่างที่สอดคล้องกับค่านิยมความงามของสังคม เธอระบุว่านั่นเป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและมีความมั่นใจสูงสุดในชีวิต อย่างไรก็ตาม หลังออกจากวงการไอดอล เธอได้เกิดความเครียดทางจิตใจอย่างหนัก
ทั้งความเครียดและความรู้สึกผิดที่มีต่อแฟนคลับ รวมถึงความพยายามพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางใหม่ ทำให้เธอเริ่มใช้การกินเพื่อระบายความกดดัน ทำให้น้ำหนักพุ่งสูงถึง 85 กิโลกรัม ซึ่งมากที่สุดในชีวิต แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ รูปร่างที่เปลี่ยนไปกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่พาเธอเข้าสู่วงการอินฟลูเอนเซอร์ และเปิดโอกาสใหม่ ๆ
ฟูจิตะมองว่า มาตรฐานความงามที่สังคมมีต่อผู้หญิงนั้นเต็มไปด้วยความย้อนแย้ง โดยเธอเผยว่า ช่วงที่มีน้ำหนักประมาณ 45-50 กิโลกรัม เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมจากเพศตรงข้ามมากที่สุด แต่ในมุมของธุรกิจ กลับพบว่าโฟโต้บุ๊กที่วางจำหน่ายในช่วงที่เธอมีน้ำหนัก 85 กิโลกรัม มียอดขายดีที่สุด
ที่น่าสนใจคือ หลังจากน้ำหนักลดลง ยอดขายโฟโต้บุ๊กก็ลดลงตามไปด้วย ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างการยอมรับจากสังคมกับคุณค่าของตัวเอง และตระหนักว่ามาตรฐานความงามเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
เธอยังเล่าด้วยว่า ตอนที่ผอมเหลือเพียง 30 กว่ากิโลกรัม หลายคนบอกให้เพิ่มน้ำหนักเพราะจะดูดีกว่า แต่เมื่อมีน้ำหนักเกิน 80 กิโลกรัม กลับมีคนบอกว่าหากผอมลงจะน่ารักกว่าเดิม สะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่ารูปร่างแบบไหน ก็อาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้เสมอ
ฟูจิตะยังพูดติดตลกว่า หากวันหนึ่งเธอลดน้ำหนักจนผอมมาก ก็อาจต้องกลับไปแข่งขันกับสาวรูปร่างเพรียวจำนวนมากในวงการ ขณะที่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์พลัสไซซ์กลับทำให้เธอมีจุดยืนและเอกลักษณ์เฉพาะตัวในตลาดที่การแข่งขันน้อยกว่า
ฟูจิตะทิ้งท้ายว่า วิธีรับมือกับแรงกดดันเรื่องรูปลักษณ์ที่ดีที่สุด คือการยอมรับว่า “ฉันก็คือฉัน และคนอื่นก็คือคนอื่น” เพราะผู้คนล้วนมีรสนิยมและมุมมองด้านความงามที่แตกต่างกัน แม้จะคิดไม่เหมือนกัน ก็ไม่จำเป็นต้องลดทอนคุณค่าของกันและกัน
เธอหวังว่าการทำงานและการสื่อสารของตัวเองจะช่วยให้ผู้คนเปิดใจยอมรับความหลากหลายมากขึ้น พร้อมดูแลสุขภาพของตัวเองควบคู่ด้วย เพื่อทำให้สังคมมีพื้นที่ที่เข้าใจและเคารพความแตกต่างและโอบรับความหลากหลายมากขึ้น
ขอบคุณที่มา X
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์
