สส.ปชน. อัดยับ TH-AI Passport ส่อฮั้วครั้งใหญ่ แฉกลโกงดิจิทัลโมเดลใหม่ ขนเงินอุ้มระบอบสีน้ำเงิน ฉะเปิดฟังความเห็นแค่ฟอกขาว แฉมีโครงการลักษณะนี้อีกอื้อ คนประมูลหน้าเดิมๆ โฆษณารายใหญ่มีเอี่ยว หวังชะลอเฟส 2 มูลค่า 900 ล้าน จ่อถล่มในงบปี 70

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 10 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการเปิดฟังรับความคิดเห็นของโครงการ TH-AI Passport ว่า วันที่ 11 มิ.ย. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) จะเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ประชาชนสงสัยคือปลัดกระทรวงดีอี บอกว่ารับฟังไปแล้วแต่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ จึงเกิดข้อสงสัยว่ารับฟังไปทำไม

การรับฟังครั้งนี้ เป็นการดึงคนโดยเฉพาะคนในวงการ เข้าไปเพื่อฟอกขาวสร้างความชอบธรรมรับความเห็น แล้วบอกว่าจะนำความเห็นมาปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่สุดท้ายก็ปรับปรุงไม่ได้ จึงตั้งข้อสงสัยว่าก่อนจะมีโครงการนี้ขึ้นมา ทำไมถึงไม่เปิดรับฟังความเห็น ทำไมจึงมาเปิดรับฟังความเห็นย้อนหลัง ในขณะที่โครงการเดินหน้าไปแล้ว

“สะท้อนให้เห็นชัดว่าโครงการนี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากความต้องการของประชาชน โครงการนี้เริ่มต้นจากมีเงินเหลือ แล้วจะเอาเงินเหลือออกมาจากกองทุนได้อย่างไร ฉะนั้น กระบวนการของ TOR ทุกอย่างเพื่อให้เกิดคอร์รัปชัน เกิดการโกงกินในโครงการนี้” นายภาวุธกล่าว

เมื่อถามว่าบางฝ่ายอาจมองว่าการเปิดรับฟังความครั้งนี้ไม่ใช่การฟอกขาว แต่จำกัดแค่คนที่เห็นด้วยกับฝั่งพรรคภูมิใจไทย นายภาวุธ กล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนมีเจตนาดี อยากทำให้โครงการนี้ดี แต่สิ่งที่เราไม่รู้ คือ ถ้าเราไปงานนี้แล้วจะพูดได้มากน้อยแค่ไหน จะเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้หรือไม่

สามารถสื่อสารและแนะนำได้อย่างเต็มที่หรือไม่ หรือพูดคุยแบบระบบปิด ไม่ให้ประชาชนรับทราบ และมีการคัดเลือกข้อแนะนำดีๆออกมาจาก งานนี้เพื่อมาบอกว่าเราเปิดรับฟังความเห็นแล้ว ได้รับแล้วจะไปปรับปรุงให้ดีขึ้น หากเป็นแบบนี้ก็จะเป็นการฟอกขาว

เมื่อถามว่าจะติดตามการเปิดรับฟังความเห็นของกระทรวงอย่างไร นายภาวุธ กล่าวว่า น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี บอกว่ามีการรับฟังความเห็นเปิดกว้างก็จริง แต่ใน TOR ใครที่จะเข้ามาร่วมประมูลโครงการนี้จะต้องเป็นบริษัทที่เคยรับงานมีมูลค่า 400 ล้านบาทในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา แต่จะมีบริษัทเทคโนโลยีในประเทศไทยกี่บริษัท ที่มีความสามารถ รับโครงการลักษณะนี้ได้ ซึ่งมีไม่เกิน 15 บริษัทในไทยเท่านั้น

“15 บริษัทนี้ รู้จักกันดี จึงส่อให้เห็นถึงการฮั้ว การทำเป็นกลุ่มก้อน รวมตัวกันเข้าไปเพื่อเอาเม็ดเงินส่วนนี้ออกมา นั่นคือสิ่งที่เห็นได้ชัด ทำไมถึงไม่ลดเพดานการประมูลงานครั้งนี้ลงมา เพื่อให้ผู้ประกอบการเอกชนที่ทำงานด้านเทคโนโลยีในระดับกลาง เข้าประมูลได้ ที่สำคัญ TOR ระบุชัดว่าต้องซื้อสื่อ ซึ่งผมคาดการณ์ว่าคนที่ได้โครงการนี้อาจเป็นคนที่เขียน TOR เองด้วยซ้ำไป โครงการนี้ยิ่งตอกย้ำว่าเป็นโครงการฮั้ว และทำโครงการขึ้นมาเพื่อดึงเงินออกจากระบบ ” นายภาวุธกล่าว

เมื่อถามว่าบริษัทที่เข้าประมูลเป็นบริษัทฝั่งน้ำเงินใช่หรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า หากดูจากกลุ่มบริษัทเหล่านี้ มีกลุ่มบริษัทที่ทำราคากลาง ประมาณ 3 กลุ่มบริษัท นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่เข้าไปประมูลโครงการนี้

ถ้าดูโครงการนี้โครงการเดียวยังไม่เห็นความสัมพันธ์เท่าไหร่ แต่ถ้าดูกว้างๆ มีโครงการลักษณะนี้อีกเป็น 10 โครงการ และหน้าตาของผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมประมูลแข่งขันล้วนเป็นหน้าเดิมทั้งนั้น มีการสลับกันได้โครงการโดยไม่มีผู้ประกอบการหน้าใหม่

จึงขอย้ำว่าโครงการ TH-AI Passport เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งมีอะไรข้างล่างอีกเยอะ แต่วันนี้มีลักษณะเป็นรูปแบบ ว่าจะส่งบริษัทกลุ่มหนึ่งเข้าไป ทำราคากลาง ทำให้ราคากลางจากเดิมที่ควรต่ำถีบสูงขึ้นมาเป็นหลักหลายร้อยล้านบาทในโครงการอื่น ขณะที่โครงการลักษณะเดียวกันที่ไปอยู่ในกระทรวงอื่นไม่ได้ราคาสูงขนาดนี้

ฉะนั้น พอรวมหัวกันกำหนดราคาสูงขึ้นมา จากนั้นจึงเลือกว่าใครจะเข้ามาประมูลโครงการ เมื่อเข้ามาประมูลโครงการได้ ก็จะได้รับกำไรจำนวนมากจากโครงการนี้ สุดท้ายก็จะเกิดการส่งมอบเงินเหล่านี้ให้เครือข่ายพรรคการเมือง

“เราเรียกกลุ่มทุนนี้ว่ากลุ่มทุนสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบอบสีน้ำเงิน และวันนี้เรารู้อยู่แล้วว่าระบอบน้ำเงิน ครอบคลุมไปถึงสภาสูง สภาล่าง องค์กรอิสระ และยังครอบคลุมไปถึงนักธุรกิจที่เป็นกลไกสำคัญ ในการส่งเม็ดเงินเข้าไปเพื่อทำให้ระบอบสีน้ำเงินหมุนเวียนอยู่ได้” นายภาวุธกล่าว

นายภาวุธ ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยข้อมูลบริษัทสื่อโฆษณายักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ที่อาจเข้ามาเกี่ยวข้องโครงการดังกล่าวในช่วงเวลานี้ โดยกล่าวว่า ตนเคยเป็นเอกชนและเคยทำงานภาครัฐมาก่อน

ขอย้ำว่าหน่วยงานภาครัฐสามารถขอความร่วมมือในการเปลี่ยนรายละเอียดโครงการทำได้ไม่ยาก ปกติส่วนใหญ่ภาครัฐทำเป็นเรื่องปกติในการเปลี่ยนรายละเอียดโครงการ ฉะนั้น อยากให้กระทรวงดีอี ต่อรองและคุยกับหน่วยงานที่รับงานนี้ไปว่า ทำอย่างไรให้โครงการนี้ดี ตรงกับความต้องการของประชาชนและเกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด

ตนอยากร้องขอว่าแม้เราจะหยุดโครงการนี้ไม่ได้ แต่กำลังจะเกิดเฟส 2 ที่เม็ดเงินอีก 900 ล้านบาท กำลังจะเข้ามาวันนี้ จึงอยากให้ชะลอเป็นเงินก้อนนั้นไว้ก่อน

นายภาวุธ กล่าวต่อว่า จากงบประมาณรัฐบาล ในปีหน้ากระทรวงดีอี ได้รับงบประมาณเพิ่มมากกว่า 33% จึงเกิดคำถามว่าทำไมอยู่ๆ กระทรวงนี้ถึงได้เงินเยอะทีหลัง จะบอกว่าดิจิทัลกำลังมาก็ไม่ใช่ จะบอกว่า เจ้ากระทรวงเป็นลูกของใครหรือไม่ ก็ไม่แน่ใจ แต่เม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้กำลังไหลเข้ามาในกระทรวงที่มีโครงการลักษณะนี้

ขอย้ำว่า การโกงกินไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตึก บ้าน สะพาน รถ วันนี้การโกงกินเริ่มไหลมาสู่โครงการที่เป็นดิจิทัล AI จะได้เห็นว่าะมีโครงการลักษณะนี้และเม็ดเงินมหาศาลอย่างน่าประหลาดใจ นี่คือการโกงกินรูปแบบใหม่ที่เป็นรูปแบบดิจิตอล

เมื่อถามว่าจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 หรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคประชาชนอยู่ระหว่างแบ่งทีมเพื่อตรวจสอบ ซึ่งมีตัวเลขงบประมาณหลายตัว ที่เป็นเหตุเป็นผล แต่หลายตัวก็น่าประหลาดใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน