เชื่อปาฏิหาริย์ หลวงปู่เทียม ปกปักรักษา พายุซัด ต้นยางนายักษ์120ปี ล้มไปอีกทาง ไม่โค่นทับโบสถ์เก่าแก่ พบต้นยางนา สูงกว่า 29 เมตร อยู่ติดกับโบสถ์ที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

วันที่ 11 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดพายุฝนและลมกระโชกแรงที่พัดถล่มในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้ต้นยางนาเก่าแก่อายุกว่า 120 ปี ภายในวัดกษัตราธิราชวรวิหาร ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา หักโค่นล้มทับสายไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ขณะที่กิ่งไม้พาดถูกหลังคาพระตำหนักกษัตราธิราชเจ้า แต่โชคดีไม่ล้มทับอุโบสถและโบราณสถานสำคัญภายในวัด เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ นายสุชีพ หงษ์ทอง ปลัดอำเภอพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางสาวณภัทรลลัลน์ คงดี กำนันตำบลบ้านป้อม รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป้อม เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจสอบความเสียหายภายในวัดกษัตราธิราชวรวิหาร หลังเได้รับแจ้ง มีต้นยางนาเก่าแก่โค่นล้ม

จากการตรวจสอบพบว่า ต้นยางนาขนาดใหญ่ มีอายุกว่า 120 ปี มีความสูงประมาณ 29 เมตรที่อยู่ติดกับโบสถ์ของวัดที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา โค่นล้มลงมาทับสายไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าจนหักเสียหาย 3 ต้น ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าดับในพื้นที่ตำบลบ้านป้อม นอกจากนี้กิ่งก้านของต้นไม้ยังพาดทับหลังคาพระตำหนักกษัตราธิราชเจ้าได้รับความเสียหายบางส่วน

นายอนุโรจน์ หฤทัยทิพย์ อายุ 56 ปี ไวยาวัจกรวัดกษัตราธิราชวรวิหาร เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.10 น. ของวันที่ 10 มิถุนายน ขณะเกิดฝนตกหนักและลมพายุพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง ทำให้ต้นยางนาเก่าแก่ที่อยู่คู่กับวัดมานานกว่า 120 ปี หักโค่นลงมา ทับสายไฟและเสาไฟฟ้าหลายต้น

ทั้งนี้ ต้นยางนาดังกล่าวเป็นต้นไม้ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้ โดยทางวัดได้ประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนเกี่ยวกับการตัดแต่งและเคลื่อนย้ายต้นไม้ต่อไป

นายอนุโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในความเชื่อส่วนตัวมองว่าเป็นบุญบารมีของ หลวงปู่เทียม สิริปัญโญ (พระวิสุทธาจารเถร) อดีตเจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราชวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังผู้สืบทอดวิชาสายสำนักวัดประดู่ทรงธรรม เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์ คาถา และยันต์ โดยเฉพาะ “ตะกรุด” ที่ช่วยปกปักรักษาไม่ให้ต้นไม้ล้มโค่นไปทับโบสถ์ และ วิหาร ของวัด ซึ่งกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นราณสถาน หากได้รับความเสียหายอาจประเมินมูลค่าไม่ได้

ด้านนายพีรวัฒน์ ขาวบริสุทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้พระนครศรีอยุธยา และหัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ต้นยางนาที่โค่นล้มมีอายุมากกว่า 120 ปี และมีสภาพภายในลำต้นถูกปลวกกัดกินเป็นเวลานาน ตั้งแต่บริเวณโคนต้นจนถึงแกนกลางเกิดเป็นโพรงขนาดใหญ่ ส่งผลให้โครงสร้างภายในอ่อนแอ เมื่อเผชิญกับลมพายุรุนแรงจึงไม่สามารถรับน้ำหนักได้และหักโค่นลงมา

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นความโชคดีที่ต้นไม้ไม่ได้ล้มทับอุโบสถหรือโบราณสถานสำคัญภายในวัด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้จะจัดทำรายงานและออกหนังสือรับรองให้ทางวัด เพื่อดำเนินการตัดแต่งและเคลื่อนย้ายต้นไม้ได้อย่างถูกต้องตามระเบียบ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังแสดงความกังวลต่อต้นยางนาอีกต้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุมากกว่าและเป็นต้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดภายในวัด โดยพบสัญญาณว่าภายในลำต้นอาจมีโพรงเช่นเดียวกัน อีกทั้งต้นไม้ยังเอนเข้าหาโบราณสถาน ทำให้มีความเสี่ยงต่อความเสียหายในอนาคต

กรมป่าไม้จึงเตรียมเสนอแนวทางแก้ไขเร่งด่วน ทั้งการตัดทอนลดยอดเพื่อลดน้ำหนักของต้นไม้ และการติดตั้งสลิงยึดเพื่อป้องกันการล้ม โดยจะคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทำบุญภายในวัดเป็นสำคัญ

สำหรับต้นยางนาที่โค่นล้ม อยู่ในพื้นที่ของวัดเอกสารสิทธิ์ที่ดิน จึงไม่เข้าข่ายเป็นไม้หวงห้ามตามกฎหมายในปัจจุบัน ขณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป้อมได้ประสานเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา นำเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรเข้าตัดแต่งกิ่งไม้และเคลียร์พื้นที่ เพื่อป้องกันอันตรายและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

นางวิเชียร ทรัพย์สุธิภาสน์ อายุ 63 ปี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป้อม กล่าวว่า ครอบครัวมีความศรัทธาในหลวงปู่เทียม อดีตเจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราชวรวิหาร พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

นางวิเชียรเล่าว่า ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นต้นยางนาต้นดังกล่าวมีขนาดใหญ่และสูงตระหง่านอยู่ภายในวัดมาโดยตลอด ซึ่งทราบว่ามีอายุมากกว่า 120 ปีแล้ว กระทั่งช่วงเย็นวันที่เกิดเหตุ ได้มีฝนตกหนักและลมพายุพัดกระหน่ำในพื้นที่ตำบลบ้านป้อมอย่างรุนแรง โดยตนได้ยินเสียงดังสนั่นคล้ายเสียงระเบิด จึงเข้าใจในตอนแรกว่าอาจเกิดเหตุหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด

ต่อมาทราบข่าวว่าต้นยางนาเก่าแก่ภายในวัดได้โค่นล้มลง ทำให้รู้สึกตกใจและกังวลว่าอาจล้มทับอุโบสถหรือโบราณสถานสำคัญภายในวัด แต่เมื่อได้รับรายงานผ่านกลุ่มไลน์ขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป้อมว่าต้นไม้ไม่ได้ล้มทับอุโบสถ จึงรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก

“เช้าวันนี้จึงรีบเดินทางมาที่วัดเพื่อกราบไหว้ขอพรหลวงปู่เทียม และบูรพาจารย์ของวัด พร้อมทั้งเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาวัดกษัตราธิราชวรวิหารเอาไว้ ทำให้ต้นยางนาไม่ได้โค่นล้มทับอุโบสถและโบราณสถานสำคัญของวัด” นางวิเชียร กล่าว

บทความที่เกี่ยวข้อง

อริยะโลกที่6 – หลวงปู่เทียม สิริปัญโญ วัดกษัตราธิราช จ.อยุธยา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน