คนไทยเล่นพนันพุ่งแตะ5ล้านคน! สสส. จัดงาน “Fan Fair No Foul เชียร์บอลอย่าลืมแฟน รักแฟนอย่าทำฟาวล์” อย่าให้ 4 ปีที่รอคอยฟุตบอลโลก 2026 สร้างนักพนันหน้าใหม่ ห่วงที่สุด คือ เด็กและเยาวชน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติดและเครือข่ายสื่อสารสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม

จัดกิจกรรม Kick Off แคมเปญFan Fair No Foul เชียร์บอลอย่าลืมแฟน รักแฟนอย่าทำฟาวล์” เนื่องในเทศกาลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง

โดยภายในงานมีกิจกรรมเดินรณรงค์ และสร้างการรู้เท่าทันกลลวงพนันออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให้ตระหนักถึงผลกระทบจากการพนันฟุตบอล การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และความรุนแรงในครอบครัวที่อาจเกิดขึ้นในช่วงการแข่งขันฟุตบอล พร้อมร่วมประกาศเจตนารมณ์ “อย่าให้ 4 ปีที่รอคอย ทำฟาวล์กับความสัมพันธ์”

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า เทศกาลฟุตบอลโลกถือเป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจพนันใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกอย่างเข้มข้น มีการคาดการณ์ว่าช่วงฟุตบอลโลกครั้งนี้จะมีคนไทยเล่นพนันฟุตบอลเพิ่มจากประมาณ 4 ล้านคน เพิ่มเป็นมากกว่า 5 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่า 34% จะเป็นเด็กและเยาวชน

โดยข้อมูลจากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ปี 2566 พบว่า เยาวชนและคนรุ่นใหม่อายุ 15-25 ปี เคยเห็นโฆษณาหรือถูกชักชวนให้เล่นพนันออนไลน์ 87.7% ขณะที่นักพนันหน้าใหม่มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 19.5 ปี และมีผู้เริ่มเล่นตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี

ซึ่งสอดคล้องกับ รายงานสถานการณ์พฤติกรรมและผลกระทบการพนันภาพรวมระดับประเทศ ปี 2568 พบว่า ประชาชน 88% เคยเห็นโฆษณาหรือช่องทางชักชวนเล่นพนัน และ 85% เห็นด้วยว่าควรมีการสื่อสารให้ความรู้เกี่ยวกับโทษภัยของการพนันมากขึ้น

จากสถิติความน่ากังวลต่อเด็กไทยเหล่านี้ สสส. จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อน “Fan Fair No Foul เชียร์บอลอย่าลืมแฟน รักแฟนอย่าทำฟาวล์” เพื่อสร้างการตระหนักรู้ และชวนสังคมร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยงในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก

โดยใช้แนวคิดการเปรียบเทียบกับกติกาฟุตบอล โดย “Fan” คือการใส่ใจคนในครอบครัวและคนที่รัก “Fair” คือการเชียร์กีฬาอย่างมีสปิริต มีน้ำใจนักกีฬา และไม่ปล่อยให้การพนันหรือแอลกอฮอล์ทำลายความสัมพันธ์

ส่วน “No Foul” คือ การไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ทำร้ายคนรอบข้าง ทั้งทางอารมณ์ คำพูด และการกระทำ ความน่ากังวลของเทศกาลฟุตบอลโลกไม่ได้อยู่ที่การพนันฟุตบอลเพียงอย่างเดียว

แต่ยังรวมถึงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเชียร์กีฬา อาจกลายเป็นปัจจัยเสริมความเสี่ยงเมื่อเกิดขึ้นร่วมกับการลุ้น หรือเสียพนัน หรือผิดหวังจากผลการแข่งขัน

ขณะที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุในเอกสาร Youth violence and alcohol ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2020 ว่า การใช้แอลกอฮอล์ส่งผลต่อการทำงานด้านความคิดและร่างกาย และการดื่มในระดับเสี่ยงอาจลดความสามารถในการควบคุมตนเอง การประเมินข้อมูล และการประเมินความเสี่ยง รวมถึงเพิ่มความแปรปรวนทางอารมณ์และความหุนหันพลันแล่น

ซึ่งอาจทำให้บางคนมีแนวโน้มใช้ความรุนแรงมากขึ้นในสถานการณ์เผชิญหน้า ในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก ขอชวนแฟนบอลทุกคนร่วมกันจัดการ 3 เรื่องสำคัญ คือ 1. จัดการเวลา 2. จัดการอารมณ์ และ 3. จัดการการเงิน ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนัน

เพราะไม่ว่าทีมที่เชียร์จะชนะหรือแพ้ สิ่งสำคัญที่สุดคือคนในครอบครัวและคนข้างกายที่ร่วมใช้ชีวิตกับเรา การเชียร์บอลที่ดีจึงต้องไม่ทำให้ใครกลายเป็นผู้แพ้จากเทศกาลฟุตบอลโลกครั้งนี้

นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ฟุตบอลโลกเป็นช่วงเวลาที่เด็กและเยาวชนมีความเสี่ยงเข้าสู่วงจรการพนันมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กรมพินิจฯ จึงร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่าย ดำเนินมาตรการเชิงรุกผ่านสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 77 แห่ง และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน 20 แห่งทั่วประเทศ

เพื่อสร้างการเรียนรู้เท่าทันการพนัน พร้อมทั้งขยายผลสู่สถานศึกษาและเครือข่ายในพื้นที่ ป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อของการพนันออนไลน์และออฟไลน์

รวมทั้งพฤติกรรมเสี่ยงอื่นการพนันฟุตบอลไม่ใช่เพียงเรื่องของการเสี่ยงโชค แต่เป็นประตูสู่ปัญหาหนี้สิน การหลอกลวงออนไลน์ และการกระทำผิดรูปแบบต่าง ๆ การสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง

นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า ร่วมกับภาคีเครือข่ายสำรวจพฤติกรรม อารมณ์ความรู้สึก และผลที่เกิดตามมาจากการชมฟุตบอล จากประชาชนจำนวน 1,023 คน พบว่า การดูฟุตบอลทำให้แฟนบอลราว 22% หลุดโลกไปชั่วขณะในช่วง 90 นาทีที่ฟุตบอลแข่งจนหลงลืมคนรอบข้าง

ขณะที่ 42% จดจ่อกับการชมฟุตบอลทำให้ตนละเลยหน้าที่ความรับผิดชอบในครอบครัว เช่น การช่วยงานบ้าน30% เกิดความไม่พอใจหากถูกขัดจังหวะขณะชมฟุตบอลที่น่าสังเกตคือ53% มีอารมณ์หงุดหงิดหากทีมที่เชียร์แพ้ในนัดที่มีความคาดหวัง 28%ยังคงมีอารมณ์ติดลบตกค้างข้ามวันข้ามคืนจากการอดนอน เสียพนันหรือผลแพ้ชนะที่ไม่สมหวัง

นอกจากนี้ 27% มีการเล่นพนัน 42%มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 17%มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับผู้อื่นเพราะการชมฟุตบอล ด้านการใช้จ่าย พบว่า 43% สิ้นเปลืองเงินไปกับการซื้อเสื้อฟุตบอลและเครื่องตกแต่งอื่น ๆ และ 20% ขาดเงินจับจ่ายใช้สอยเพราะการเชียร์ฟุตบอล

จากผลการสำรวจสามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า การเชียร์ฟุตบอลมีโอกาสเป็นชนวนของความรุนแรงลักษณะใดลักษณะหนึ่งในครอบครัวได้ นับแต่ความรุนแรงทาง

ทั้งความรุนแรงทางวาจา ทางอารมณ์และจิตใจ ทางเศรษฐกิจ และทางร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยเสี่ยงร่วม เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การเล่นพนัน และการควบคุมอารมณ์ที่ไม่เหมาะสม อาจนำมาสู่การใช้ความรุนแรงได้

เจ วรปัฐ อรุณภักดี อินฟลูเอนเซอร์คู่รักแฟนบอล กล่าวว่า ฟุตบอลสามารถเป็นกิจกรรมที่ช่วยเติมเต็มความสัมพันธ์ได้ หากรู้จักสร้างสมดุลระหว่างความชอบส่วนตัวกับการให้เวลากับคนที่รัก

โดยมองว่าแคมเปญ “เชียร์บอลอย่าลืมแฟน รักแฟนอย่าทำฟาวล์” สะท้อนความเป็นจริงของชีวิตคู่ได้อย่างชัดเจน เพราะแม้ฟุตบอลจะเป็นความสุขของใครหลายคน แต่ไม่ควรปล่อยให้การเชียร์บอล การดื่ม หรือการพนัน กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ละเลยคนสำคัญในชีวิต

เพราะ ฟุตบอลมีไว้เพื่อความสุข เชียร์ได้เต็มที่ แต่ไม่ควรปล่อยให้อารมณ์จากผลการแข่งขันหรือการพนันเข้ามาทำร้ายความสัมพันธ์ เพราะเมื่อจบ 90 นาทีแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นคนที่อยู่ข้างเราในชีวิตจริง

พร้อมกันนี้ ทาง สสส. ชวนให้ ผู้ปกครองและคุณครู หันกลับมามองและเตือนเด็กทุกคนว่า อย่าไปยุ่ง อย่าไปลอง อย่าไปคิดว่าเราไม่ติด เพราะแค่การไปสังเกตการณ์ไปดู ก็อาจกลายเป็นเหยื่อพนันออนไลน์ได้

ซึ่งการแข่งขันเทศกาลฟุตบอลโลกนี้ 4 ปีมีครั้ง อย่าให้ 4 ปีที่รอคอย สร้างนักพนันหน้าใหม่ และอยากให้เด็กเยาวชน รวมถึงแฟนบอลทุกคนหันมาเชียร์บอลให้สุดเสียงและสนุกไม่เสี่ยงพนันไปกับ “Fan Fair No Foul เชียร์บอลอย่าลืมแฟน รักแฟนอย่าทำฟาวล์”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน