จับแล้ว คู่รักต่างชาติ ทิ้งทารกไว้ริมคลอง ก่อนเสียชีวิต เผยทำคลอดเอง ก่อนนำลูกมาทิ้ง ตีมึนไม่รับสารภาพแม้หลักฐานชัด คุมตัวสอบให้การบิดพลิ้ว
กรณี พ่อแม่เด็กทารก นำทารกแรกเกิดมาทิ้งใต้ต้นไม้ ริมคลองในชุมชุมชนบ้านดอนอุดม ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี จนมีชาวบ้านไปพบ โดย ดต.เจริญ จันทน์รักษ์ ตร.จราจร และตร.กู้ชีพ พยายามปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตแล้ว แต่สุดท้ายไม่สามารถช่วยทารกไว้ได้ สร้างความสะเทือนใจไปทั้งเมือง
วันที่ 12 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ความคืบหน้าของคดีเจ้าหน้าที่ตร.ชุดสืบสวนสภ.เมืองอุดธานี แกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดหลายจุดจนพบผู้ต้องสงสัยทราบว่าเป็นชาวต่างชาติอุ้มทารกแรกเกิดไปทิ้ง จึงติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยชาวบ้านรายหนึ่ง บอกว่า เห็นชัดๆ คู่รักชาวต่างชาติเดินเข้าพื้นที่เกิดเหตุ โดยฝ่ายหญิงอุ้มวัตถุห่อผ้าไว้แนบอกอย่างระมัดระวัง ก่อนมุ่งหน้าไปทางห้องน้ำ แต่พบว่าห้องน้ำล็อก จึงเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นนักท่องเที่ยวพาเด็กมาเดินเล่น จึงไม่ได้เอะใจ กระทั่งภายหลังทราบว่าสิ่งที่ห่อผ้าไว้คือทารกที่ถูกนำมาทิ้งจนเสียชีวิต ทำให้รู้สึกตกใจและสะเทือนใจอย่างมาก

เวลา 21.00 น. วันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดอุดรธานี คุมตัว 2 ผู้ต้องหา ไปที่ สภ.เมืองอุดรธานี หลังจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานี ภายหลังศาลจังหวัดอุดรธานีอนุมัติหมายจับ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทราบชื่อ น.ส.เลนนอกซ์ ชาวอเมริกา อายุ 39 ปี และ นายคาริม ชาวสวีเดน อายุ 29 ปี โดยทั้ง 2 คนอยู่เกินวีซ่า คลอดลูกที่ จ.หนองคาย แล้วนำมาทิ้งที่จ.อุดรธานี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติกรรมแปลกประหลาด คือพูดถ้อยคำคล้ายการบริกรรมในภาษาที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถระบุได้ พร้อมแสดงท่าทางประกอบเป็นจังหวะตลอดช่วงหนึ่งของการสอบสวน เหมือนท่องคาถาอะไรสักอย่าง สร้างความตกใจและงงไปตามๆ กันของเจ้าหน้าที่ฯ

ด้าน ร.ต.ต.ทรงฤทธิ์ ไชยศรีทา รอง สว.(สืบสวน) ตม.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในฐานะนักท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันอยู่เกินกำหนดอนุญาต หรือสถานะอยู่เมืองนอกวีซ่า โดยวีซ่าหมดอายุตั้งแต่เดือนมี.ค.69 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลเบื้องต้นว่าฝ่ายหญิงคลอดบุตรด้วยตนเองในพื้นที่จ.หนองคาย ก่อนเดินทางมายังจ.อุดรธานีเพื่อทิ้งทารก ส่วนมูลเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดเกิดจากอะไรกันแน่
โดยในระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การในลักษณะบิดพลิ้ว ไม่ตรงประเด็น ไม่ยอมรับสารภาพ แม้เจ้าหน้าที่นำภาพกล้องวงจรปิดมาแสดง แต่ทั้งคู่ยังคงไม่ยอมรับข้อกล่าวหา และพยายามบ่ายเบี่ยงคำถาม รายงานระบุว่าเมื่อเห็นหลักฐาน ทั้งสองมีอาการนิ่งไปชั่วขณะราวกับจำนนต่อข้อเท็จจริง แต่ยังคงปฏิเสธและไม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังแสดงพฤติกรรมแปลกประหลาดซ้ำอีก คือพูดถ้อยคำคล้ายการบริกรรมหรือสวดมนต์ในภาษาที่ไม่สามารถระบุความหมายได้ พร้อมทำท่าทางประกอบเป็นจังหวะ สร้างความประหลาดใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก
ด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนทำงานร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจท่องเที่ยว ได้แกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้รับแจ้งเบาะแสว่าผู้ต้องหาทั้งสองพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี จึงเข้าตรวจสอบและพบตัวชายและหญิงชาวต่างชาติผิวสี ซึ่งมีลักษณะตรงกับบุคคลในภาพกล้องวงจรปิด จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดี
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี ณ ที่ใดที่หนึ่ง เพื่อให้เด็กพ้นจากการดูแล โดยสภาพการณ์ทำให้เด็กปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เนื่องจากทารกมีอายุเพียงประมาณ 1 สัปดาห์เศษ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ การนำไปทิ้งไว้ ณ จุดดังกล่าวย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถคาดหมายได้ และเด็กก็เสียชีวิตจริงในเวลาต่อมา

