จับเครือข่ายแก๊งยา ‘ตีนผี หนองสะเดา’ ยึดยาบ้า 100 ล้าน พบตรา ‘กล้วย 999’ สูตรใหม่เข้มข้น เชื่อเป็นของผู้ผลิตรายใหม่จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วันที่ 12 มิ.ย.2569 ที่บก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงค์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ป.ป.ส.ภาค 1 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด “ตีนผี หนองสะเดา” พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2 ล้านเม็ด
จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.อรุณรัตน์ หรือ “เติ้ล” อายุ 38 ปี นายกฤษฎา หรือ “กบ” อายุ 23 ปี และนายปวีร์กร หรือ “บาส” อายุ 19 ปี ทั้งหมดเป็นชาวตำบลหนองสะเดา อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อซื้อขายยาเสพติด รถยนต์กระบะทะเบียนจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งใช้ลำเลียงยาเสพติด และรถจักรยานยนต์อีก 2 คัน ที่ใช้เฝ้าสังเกตการณ์และตรวจสอบความเคลื่อนไหวบริเวณจุดนัดส่งยาเสพติด
พล.ต.ต.สุรวุฒิ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเกิดจากการสืบสวนขยายผลภายหลังจับกุมผู้ค้ายาบ้ารายหนึ่ง จนพบเบาะแสว่ามีการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงติดตามพฤติกรรมของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ก่อนเปลี่ยนจุดนัดส่งไปยังถนนเลียบคลองชลประทาน พื้นที่ต.หนองสะเดา อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี
จากการเฝ้าติดตาม พบผู้ต้องหานำห่อยาบ้าโยนทิ้งไว้ในทุ่งนาริมถนนแล้วขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่ชุดสะกดรอยจึงไล่ติดตามและสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกชุดซุ่มเฝ้าของกลาง พบรถจักรยานยนต์ขี่เข้ามาตรวจสอบจุดซุกซ่อนยาเสพติด จึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้เพิ่มเติม
ผลการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนทำหน้าที่เป็น ผู้ลำเลียงยาเสพติด รับยาแล้วนำส่งให้ลูกค้าทันที โดยไม่เก็บพักหรือสต๊อกยาไว้ตามโกดังหรือบ้านพัก เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกตรวจค้นจับกุม ซึ่งเป็นรูปแบบการกระจายยาเสพติดที่กำลังแพร่หลายในปัจจุบัน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่าห่อบรรจุยาบ้าล็อตดังกล่าวมีตราสัญลักษณ์ “กล้วย 999” บนห่อ ภายในห่อมีซองสีน้ำเงินเข้ม ในแต่ละซองมีเม็ดยาสีเขียวเพิ่ม 2 เม็ด จากเดิมจะมี 1 เม็ด และตัวยามีกลิ่นฉุนรุนแรงกว่า ที่เคยตรวจพบในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 เชื่อว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตรายใหม่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนี้มาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ก่อนขยายผลจนสามารถจับกุมได้สำเร็จ
นายชวนินทร์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สามารถสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้แพร่กระจายสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก โดยหากยาบ้าของกลางทั้งหมดหลุดรอดออกสู่ตลาด จะมีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท พร้อมยืนยันว่าจะเร่งขยายผลไปยังผู้สั่งการ ผู้ร่วมขบวนการ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีในความผิดฐานสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์ตามกฎหมาย ตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดอย่างเด็ดขาด
เบื้องต้น ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เพื่อดำเนินคดี แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน
จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และเร่งขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

